เวรกรรมของคนไม่ตั้งใจเรียน...
posted on 02 Mar 2009 16:26 by monboy01 in Japanese
"อาจารย์ครับ monboy01 ที่เคยติดเอฟของอาจารย์ยูกิโกะ และเป็นรองบ๊วยเอก ผ่านระดับหนึ่งแล้วนะกั๊บ"
ข้อความข้างต้นคือข้อความที่ปรากฏใน MSN ที่เจ้าของบล็อกเสนอหน้าไปเบ่งกะอาจารย์
แม้จะยังงง ๆ อยู่เล็กน้อย ว่าผ่านได้ยังไง
อารมณ์แรกที่พิมพ์ไป แฝงความสะใจว่า คนที่เคยขี้เกียจเรียน การบ้านไม่ทำ งานไม่ส่ง
โดดจนหมดสิทธิ์สอบ และเกรดต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างเรา
ก็สอบผ่านระดับหนึ่งได้เหมือนเด็กที่ตั้งใจเรียนเหมือนกันนะเออ...
สมัยเรียนมัธยมก็เคยโดดเรียนไปเล่นเกมจนติดศูนย์สามตัวในเทอมเดียวกันมาแล้ว...
แต่ก็ยังสอบเ้ข้ามหาวิทยาลัยได้ และสอบได้คะแนนในบางวิชาดีเสียจนเพื่อน ๆ ประหลาดใจ
ว่ารองบ๊วยห้องทำไมสอบได้คะแนนวิชานี้ดีจังหว่า...
อ่านมาถึงตรงนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าอวดโอ้
ว่าขนาดไม่ตั้งใจนะเนี่ย ยังได้ขนาดนี้ ถ้าตั้งใจ จะได้ขนาดไหน...
กลับมาที่ปัจจุบัน...
ณ จุดนี้ ตอนที่ต้องการไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อต่อปริญญาโท (หรือหลักสูตรเฉพาะทางก็แล้วแต่)
ด้วยหวังว่าจะกลับมาเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ(หน้า)
เมื่อท่านอาจารย์ที่เคยสอนโทรศัพท์มาแสดงความยินดีที่สอบผ่านระดับหนึ่ง ก็กรุณาแนะนำมาว่า
"วิธีที่ดีที่สุดคือสอบชิงทุน ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไง"
"ผมดูข้อสอบแล้ว มันไม่ยาก ระดับหนึ่งทำได้อยู่แล้ว"
จะเป็นคำแนะนำที่ดีมาก ถ้าหากเจ้าของบล็อกเคยเป็นเด็กตั้งใจเรียน มี่คะแนนผ่านเกณฑ์ของโครงการนี้
แต่น่าเสียดาย
เกรดจบมาก็ได้แค่ 2.33 เอาระดับหนึ่งสิบใบมายื่นก็ช่วยอะไรไม่ได้
เป็นเรื่องที่แอบเสียดายอยู่หลายที แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรนัก เพราะไม่ได้อยากไปเรียนต่อญี่ปุ่น
แต่ไป ๆ มา ๆ พอนึกจะไปเรียนที่นู่น ก็ไม่พ้นต้องไปเบียดเบียนมารดาที่กำลังจะเกษียณ
ปล้นเงินที่แม่ทำงานมาหลายสิบปี ไปถลุงด้วยเวลาแค่ปีกว่า ๆ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า (TAT)
ไม่ได้จะโทษระบบแนะแนว หรือว่าระบบการศึกษา
ที่ไม่สนับสนุนเด็ก(เกือบ)เก่ง แต่ขี้เกียจ (ไม่ปั๊มคะแนนการบ้าน, การเข้าห้องเรียน)
แต่อยากบอกน้อง ๆ หนู ๆ ว่า
จะดื้อก็ดื้อแต่พองาม จะขวางโลกก็แค่พอควร
อย่าผยอง ว่าตัวเองเก่ง ... เจ้าของบล็อกยอมรับ ว่า เก่งอย่างเดียวไม่พอหรอก ต้องขยันด้วย
ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งสู่คุณธรรม นำชาติก้าวไกล ... จริง ๆ นะ
อย่าคิดว่าเกรดไม่สำคัญ ชั้นเก่งซะอย่าง แล้วจะเสียดายยยยยย
อย่างเจ้าของบล็อกที่ขี้เกียจและเกเรด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเอง
สุดท้ายก็ได้มารู้จักทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเอาตอนปีสามเทอมสอง
ก็คือเพิ่งเข้าใจความสำคัญของเกรดเอาตอนนั้น...ที่มันสายไปแหล่ว
และข้อที่สอง...ทำอะไรควรมีการวางแผนชีวิต มีเป้าหมาย
อย่าให้ชีวิตตัวเองต้องไปตายดาบหน้าให้มากนัก อย่างน้อยขอให้ชีวิตเป็นไปอย่างมีแบบแผน
อะไร ๆ จะได้ไปได้ดี มีขั้นตอน และไม่ต้องเบียดเบียนแม่เหมือนคนแถวนี้นะจ๊ะ (T^T)
เจ้่าของบล็อกเอง ตอนที่เรียน ๆ สมัยมัธยมยังไม่เคยคิดว่าจะเรียนต่อสาขาไหน
จนกระทั่งคะแนนสอบเอ็นท์สายวิทย์มันห่วยสุด ๆ เลยเลือกสอบเข้าเอกญี่ปุ่น
เพราะวิชาสอบน้อย (แต่โชคดีที่เรียนแล้วสนุก เพราะสามารถทบทวนด้วยการเล่นเกม, ดูการ์ตูนได้)
และเลือกอาชีพเป็นล่ามโรงงาน + แปลการ์ตูน แบบงง ๆ เพราะสถานการณ์พาไป
(ตอนเรียนเอกญี่ปุ่นยังไม่รู้เลยว่าจบมาจะทำอะไร มาเลือกเอาตอนปีสี่เนี่ยแหละ)
โชคดีที่ทุกวันนี้มีความสุขกับที่เป็นอยู่ ไม่งั้นคงเซ็งตายเป็ดตายห่าน ว่ากุมัวทำอะไรอยู่ (-*-)
แต่เด็ก ๆ สมัยนี้คงไม่ซื่อบื้ออย่างเจ้าของบล็อกหรอกเนอะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
ยังไงก็หาข้อมูลกันเยอะ ๆ เข้าไว้นะจ๊ะ (=w=)
ขอให้ความเจริญจงสถิตอยู่กับทุกท่าน...
ปล.สำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่น ผ่านระดับหนึ่งมันก็แค่จุดเริ่มต้น เหมือนคาราเต้ที่ถือว่าเริ่มต้นที่สายดำ แม้จะได้ระดับหนึ่งไปแล้ว แต่ก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้มาก ๆ เข้าไว้ สมัยนี้ใคร ๆ ก็ได้ระดับสอง ระดับหนึ่ง กันทั้งนั้น เจ้าของบล็อกเรียนมาเจ็ดปีเพิ่งผ่าน ถือว่าช้า ทั้งที่ควรจะผ่านตั้งแต่อยู่มหาวิทยาัลัยแล้ว โทษอะไรไม่ได้นอกจากโทษตัวเอง แฮ่ ยังไงก็อย่าหยุดพัฒนาตัวเองนะจ๊ะ
ปล.2 ช่วย ๆ กันขยันเผื่อเจ้าของบล็อกด้วยน่อ แต๊งกิ้วทิชเชอร์ (-__-)

ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างเหมือนกัน
#1 By อาจารย์ไม่ใช่อาจม on 2009-03-02 17:08