บันทึกทั่วไป (2)
posted on 07 Jul 2009 07:54 by monboy01 in Diary
แวะมาพ่นทิ้งไว้ก่อนกลับไปทำตัวเป็นภาระแก่มารดาบังเกิดเกล้าที่บ้านซักหน่อย
เรื่องแรก ไปหอหมา หาหมอ
สืบเนื่องจากสองสามวันก่อน จนถึงเมื่อวานนี้นั้น
คนบางคนแถว ๆ นี้มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด แต่ก็เอาแต่อบเหงื่อ ไม่ทำอย่างอื่น...
จนแม่รำคาญที่ไม่ยอมไปหาหมอสักที
เลยลงทุนมาหาถึงหอพักเพื่อลากไปโรงพยาบาลเล็ก ๆ แถวหอนั่นแหละ -*-
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ โดนหมอจิ้มเข็มใส่ก้นไปสองข้าง ข้างละหนึ่งจึ้ก
ยาตัวแรก 7 cc. ไม่เจ็บ ไม่คัน
ยาตัวที่สอง 1 cc. ไม่คัน ไม่เจ็บ แต่ปวดชะมัด ปวดยันข้อเท้าโน่น (จริง ๆ นะ = =")
แถมด้วยยาแก้ไข้ + ยาเอาใจแม่อีก รวม 5 ชุด จากคุณหมอผู้อารี
สีสดดีมาก = =
พอเห็นเราโดนจิ้มเข็ม + ได้ยามาแล้ว แม่ก็ดูสบายใจ คลายกังวลขึ้นมาบ้าง
(ขณะที่ตัวเราอวดเก่ง มั่นใจในพลังแห่งชีวิต ว่าเป็นเองก็น่าจะหายเองได้
แต่ใจของคนเป็นแม่ ต่อให้ลูกโตเป็นฟายวัยฉกรรจ์แล้วก็ยังอดห่วงไม่ได้)
ถึงตอนกลับมานั่งเจี๊ยะข้าวที่หอ ก็ต้องกินยาก่อนอาหาร ก็ลองสังเกตที่ซองยา
แล้วก็เกิดปุจฉาแบบปัญญาอ่อนขึ้นมา
ใครดูรูปนี้แล้วสงสัยอะไรมั้ยเอ่ย?
ถ้ายังไม่สงสัยตรงไหนเดี๋ยวขยายให้ดูใกล้ ๆ
จะสงสัยหรือไม่สงสัย เอาเป็นว่าคนแถวนี้สงสัยก็แล้วกัน
ก็เลยถามแม่ไปว่า
"คุณแม่ก๊าบ ทำไมมีพิมพ์ว่า 'ยาอันตราย' แค่บางเม็ดอะก๊าบ แสดงว่าผมต้องกิน
เฉพาะอันที่มันไม่ได้พิมพ์ว่า 'ยาอันตราย' ใช่มะกั๊บ" (=w=)
...ตอนนั้นแม่ตอบว่าไงจำไม่ได้......รู้แต่ว่าได้ถามอะไรที่ไม่ค่อยฉลาด
ให้แม่ได้เห็นไปซะแล้ว...อายุ 25 ไม่ได้ช่วยอะไรเลย...t(=__=t)
เรื่องที่สอง พ่นเรื่องเรียน
มาถึงวันนี้ก็นับว่าเปิดเรียนมาได้ราวเดือนกว่า ๆ
กับหลักสูตรวรรณคดีญี่ปุ่น
มีรุ่นพี่จน ๆ เคยบอกว่าให้มาเขียนว่าเค้าเรียนอะไรกันมั่ง
ก็คิดว่าน่าจะดี จะได้เป็นแนวทางเผื่อมีน้อง ๆ
ที่อยากต่อโทสายนี้มาเรียนบ้าง เพราะหาคนมาเรียนสายนี้ได้น้อยเหลือเกิน
อย่างปีนี้ก็มีคนแถวนี้ กับน้องร่วมรุ่นอีก 2 ชีวิต รวมเป็นสามคนเท่านั้นเอง (=x=)
แต่ไว้รอให้เรียนไปเยอะกว่านี้หน่อย มีอะไรมาฝากมากกว่านี้ก่อน
วันนี้ขอพูดถึงแค่คร่าว ๆ ก่อน
ไว้วันหน้าวันหลัง ค่อยมาเขียนอัพให้มันละเอียด
เป็นกิจจะลักษณะ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ไปเลยก็แล้วกัน...
...ได้เวลาบ่น....
ช่วงเดือนแรกที่ผ่านมาก็ได้เรียนเรื่อง...
◆ไวยากรณ์ญี่ปุ่นโบราณ
เราก็จะได้พบกับคำกริยาช่วยที่สามารถผันได้
ที่แทบจะไม่ได้เจอในไวยากรณ์ญี่ปุ่นปัจจุบัน
แต่คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นก็น่าจะเคยผ่านตามาบ้าง
กับพวก ~けり、ぬ、ず、べし อะไรทำนองนี้
...ต้องท่องสอบมิดเทอมวันที่ 13 นี้ด้วยเนี่ย...
และหลังจากสอบมิดเทอม ก็จะต้องเรียนเรื่อง คัมบุน เป็นลำดับต่อไป
ใครที่ไม่รู้จักว่า คัมบุน(漢文) คืออะไร ลองไปเปิดเน็ตหาดูก่อนก็ได้
หรือไม่ก็รอวันหน้าวันหลัง จะมาเขียนถึงใหม่
สถิติ โดดป่วยไป 1 ครั้ง
◆ วรรณกรรมคลาสสิคของญี่ปุ่น
ได้อ่านวรรณกรรมขึ้นหิ้งของญี่ปุ่น เช่น
เก็นจิโมโนกาตาริ, โคะคินชู, ชินโคะคินชู,
มังโยชู, เฮเคะโมโนงาตาริ, อิเสะโมโนงาตาริ
เป็นการสัมผัสแบบตื้น ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกทำวิทยานิพนธ์ต่อไป
◆ ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการวิจัย
เป็นการเรียนเพื่อฝึกใช้ภาษาญี่ปุ่นในการเขียนวิเคราะห์งานเขียนของญี่ปุ่น
โดยในเดือนที่ผ่านมาก็ได้อ่านงานของฮารูกิ มุราคามิไปห้าเรื่อง
เป็นเรื่องสั้นทั้งหมด แต่เหมือนจะไม่ใช่แนวที่ชอบ (แอบบ่น)
เลยหาประเด็นที่จะมาวิเคราะห์วิจารณ์ไม่ค่อยได้
เลยทำให้ส่งงานคาบเส้นหรือส่งช้าอยู่บ่อย ๆ (อ้างไปโน่น)
สงสัยเพราะเราชอบอ่านแบบสนุก ๆ ไม่คิดมากด้วยแหละ
พอต้องอ่านแบบวิเคราะห์โครงสร้างหรือวิเคราะห์ตัวละคร
เลยตายสนิท...
สถิติ โดดป่วยไป 1 ส่งงานช้า 2 ไม่ส่งงาน 1
◆ ประวัติวรรณคดีญี่ปุ่น
เป็นวิชาที่ต้องมานั่งเรียนกับน้อง ๆ ปีสาม
เพื่อปรับพื้นฐานความรู้ด้านวรรณคดีระดับก้นเหว
ให้ขึ้นมาอยู่ในระดับน้ำทะเลเหมือนชาวบ้านชาวช่อง
อันจะช่วยให้มีปัญญาสมเป็นคนเรียนสายวรรณคดีขึ้นมาบ้าง
วิชานี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร เพราะรอสอบอย่างเดียว
รายงานไม่ต้องทำ ก็เรียนกับน้องป.ตรีนี่นา ปล่อยให้น้องทำไปเหอะ = =+
สถิติ โดดนึกว่าไม่มีเรียนจนไม่ได้ไปเรียน 1 ครั้ง
เท่าที่ได้สัมผัสกับชีวิตวัยเรียนอีกครั้ง (อาส์) ก็รู้สึกว่ามันคงรอดแหละน่า
มีแค่เรื่องเดียวที่จะทำให้ชีวิตคนโลภมากบางคน
ที่อยากเรียนไปด้วย
แอบดองแปลการ์ตูนไปด้วย (แม้อาจารย์จะไม่อยากให้ทำก็ตาม)
ทำ TA ไปด้วย และสอนภาษาญี่ปุ่นไปด้วย
สามารถเรียนจบ(หลักสูตร ไม่ใช่จบเห่)ได้แบบถูลู่ถูกัง
ก็คือ "การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ" กับ "ความมีวินัยในตนเอง"
เท่านั้นเอง...
ขอชาวโลกทุกท่านช่วยชูมือขึ้นสองข้าง
และส่งพลังเป็นลูกบอลเก็งกิเดสุก๊ะ
มาช่วยดัดสันดานคนแถวนี้ด้วยเทอญ...
แถมส่วนนี้ด้วยตัวอย่างการเก็บเลคเชอร์แบบหมดจน ตามแบบฉบับเด็กดี...
สำหรับคนที่ไม่ทำการบ้านมาจนต้องใช้วิธีออกไปยืนอธิบายหน้าชั้นแทน
ทำให้ไ่ม่มีเวลาจดเลคเชอร์ แนะนำให้ชาร์จแบตมือถือไปให้พอกินพอใ้ช้
แล้วก็จะได้เก็บเลคเชอร์มานั่งส่องที่บ้านได้อย่างสบายอารมณ์ฉะนี้แล...
(...จะมีประโยชน์มั้ยนะ...)
เรื่องที่สาม หนังสือ ๆ
หลังจากที่คราวที่แล้วเขียนเอาไว้ว่าไปคิโนะฯมา และได้หนังสือมานับสิบเล่ม
แล้วได้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ไปอีกจนกว่าจะอ่านจบ
แต่เอาเข้าจริง ... แม้จะอ่านจบไปแค่สี่ห้าเล่ม แต่ก็มีเหตุให้ต้องไปแล้วไปอีก
จนได้หนังสือมาอีกเยอะแยะ
...แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ถ้าไม่ตายซะก่อนก็คงอ่านจบเองล่ะนะ =*=
ที่อยากเขียนถึงคือ หนังสือชุดนี้ต่างหาก...
ไม่เกี่ยวกับคิโนะด้วย เพราะยืมมาจากหอสมุดที่คณะ : b
(แอบเหล่ตัวฟุริกานะข้าง ๆ )
ชื่อหนังสือชุดนี้คือ "เก็นเปเซซุยคิ"
ก็เป็นเรื่องที่ดึงมาจาก "เฮเคะโมโนงาตาริ" ที่เขียนถึงตั้งกะข้างบน
คือตั้งแต่ที่เรียนมา ก็มีเรื่องนี้ ที่เราฟังแล้วรู้สึกว่า เออ สนุกดี
ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าจะทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไร
แต่ก็คิดว่าเอามาลองอ่านดูก่อนก็คงไม่เลวร้ายอะไรนัก
โดยชุดนี้จะมีัทั้งหมดสามเล่ม (ข้างบนนั่นเป็นภาพกล่อง)
แบ่งเป็น
➀ เฮเคะเผยอผยอง
➁ เก็นจิตีโต้ (ปกนี่เหมือนจะเป็นโยชิทสึเนะ...หล่อไปมั้ย =*= )
➂ ผองผู้วางวาย
(หมายเหตุ ชื่อภาษาไทยใช้การแปลแบบส่งเดช อ้างอิงอะไรไม่ได้เน้อ)
ชุดนี้จะเขียนถึงสงครามระหว่างไทระกับเก็นจิที่ช้งเช้งกันในสมัยคามาคุระโน่น
มีภาพประกอบที่วาดซะเท่ระเบิด นึกว่าเป็นซามูไรทรูปเปอร์
...โดยเฉพาะโยชิทสึเนะ (พระเอกในความรู้สึก) ก็หล่อเกินไปปะเนี่ย...
โดยจะเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นค่อนข้างปัจจุบัน
ซึ่งจะง่ายกว่าไปนั่งงมอ่านภาษาญี่ปุ่นโบราณ
ก็เลยไปยืมจากหอสมุดที่คณะมาบูชา อ่านกะว่าให้พอเข้าใจคร่าว ๆ
จากนั้นจะเปรี้ยวไปอ่านฉบับโบราณ
หรือต้องกลับไปนั่งอ่านโดราเอมอนที่บ้านเพื่อตั้งหลักใหม่
ก็ไว้อ่านจบแล้วค่อยว่ากันอีกที...
ปิดท้ายอีกเล่ม เมื่อวานเพิ่งไปสอยมา
(ตะกี้ยืมมาฟรี ๆ ส่วนเล่มนี้เสียตังค์)
"ภาษายุ่นๆที่คนญี่ปุ่นก็ยังบ่ฮู้"
เล่มนี้ได้รับการแนะนำมาจาก คุณพี่โบว์
(แอบอ่านชื่อพี่เค้าจากในบล็อกเค้าอะแหละ)
แล้วเมื่อวานไปคิโนะฯ ก็เลยสอยมาซะเลย
ในเล่มจะเป็นการ์ตูน และเรื่องของภาษาญี่ปุ่น
ที่ผู้เขียน(เป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นให้ชาวต่างชาติ)
มักจะถูกถามให้มึนตึ้บอยู่เสมอ
ใครสนใจลองสั่งที่คิโนะคุนิยะได้นะครับ
เพราะเมื่อวานที่ไปจิ๊ก ซื้อมานั่น เห็นว่ามีแค่เล่มเดียวแหล่ว
หรือจะยืมต่อก็ได้นะ แต่ต้องเอาเล่มอื่นมาแลกกันอ่าน (=w=)
ได้พ่นยาวเหยียดสาแก่ใจละ ค่อยยังชั่ว
ช่วงที่ผ่านมาไม่รู้เพราะมัวทำตัวเสมือนยุ่ง เลยไม่ค่อยได้มาอัพบล็อก
หรือว่าจิตใต้สำนึกเกิดขวางโลก ไม่อยากร่วม June write กะเค้า
หรือเพราะหมดมุกก็ไม่รู้ เลยอั้นอัดไม่ได้เขียนนานมากเหมือนกัน
แต่ช่วงนี้น่าจะอาการทุเลาลงบ้าง เพราะเริ่มกลับมาไร้สาระได้เหมือนเคย
(แถมยาวโพดๆ...)
แหม่...ก็หยุดยาวตั้งสิบวัน ( ณ วันที่อัพนี่ ผ่านไปห้าวัน เหลืออีกห้าวันแหล่ว)
เลยพอจะแว่บมาอัพได้ด้วยล่ะมั้งนะ
ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันนะครับ
ผมเองตอนป่วย ๆ ยังลุ้นใจหายใจคว่ำ
ว่าตัวเองจะป่วยเป็นอะไรดี ระหว่าง 2009 กับ 2010
แต่พอไปให้หมอจิ้มยา กับเห็นแม่จ่ายค่ายาแล้ว
ไม่ป่วยเลยน่าจะดีกว่า
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ...อย่างแท้จริง จริง ๆ นะ
กลับบ้านก่อนละกั๊บ...
อีกสามสี่วันจะกลับมานั่งแหมะที่กทม. เหมือนเดิม...
ปล.เหมือนเช่นเคย...ใครอ่านครบทุกตัวอักษรยกมือขึ้น
ปลล.สุขสันต์วันเข้าพรรษานะครับ อย่าลืมไปทำบุญกันน้า
ปีนี้เรามางดเศร้า เข้าพรรษา กันอีกปีดีมั้ยนะ (=w=)
จะไปสัมภาษณ์พระเอกทุกคนเลย
ปกหนังสือของเขาดูแอ็กชั่นดีจัง
#1 By wesong on 2009-07-07 09:18