...บันทึกรวบปี ๒๕๕๒...

 

มกราคม...

อิ่มใจกะโบนัส ทำให้มีเงินเยอะอย่างที่ไม่เคยมี เอาไปยัดไว้ในบัญชี + ซื้อกองทุน...แล้วก็ใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนต่อไป ยังคงเข้ากทม.ไปเรียนการแปล+ญี่ปุ่นธุรกิจทุกอาทิตย์ (ถ้าไม่ติดงานวันเสาร์)

 

 

กุมภาพันธ์

เกิดอยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น รู้สึกว่าอยู่แบบนี้ต่อไปก็ไม่สนุก ช่วงปลายเดือนได้รู้ผลสอบวัดระดับ ตกลงว่าฟลุคผ่านระดับหนึ่งมาได้ แต่ก็ยังรู้ตัวว่ายังไม่พอ...อยากเรียนอีก แต่ในกทม.ไม่มีเปิดระดับสูง ๆ มากนัก (หายากมาก) เลยคิดจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ได้ไปเดินงานนิทรรศการเรียนต่อญี่ปุ่นมา ก็คิดจะไปเรียนแบบเอาจริงเอาจัง เป็นตุเป็นตะ ถึงขั้นปรึกษาแม่แล้ว...กะกู้เงินไปเรียนกันเลยทีเดียวเชียว

 

 

มีนาคม

ช่วงที่เตรียมหาทางกระโดดเกาะบั้งไฟไปญี่ปุ่น ก็มีคนบางคนเอาลิงก์หลักสูตรปริญญาโทด้านวรรณคดีญี่ปุ่นมาให้ดู ก็เลยลองติดต่อสอบถาม ตามด้วยการทดสอบ และการสอบสัมภาษณ์ ... ช่วงนั้นก็ถามแม่ไปว่า"ระหว่างเรียนญี่ปุ่น 1 ปี กับเรียนที่ไทยแต่ได้วุฒิป.โท เอาอันไหน" แต่ใจเราก็มีคำตอบอยู่แล้วว่า เรียนในไทยสิวะ ประหยัดกว่ากันเห็น ๆ ไปญี่ปุ่นหมดเป็นล้าน ไม่ได้วุฒิ อยู่ไทยเนี่ยแหละ ใกล้บ้าน ใกล้ใจ...

 

 

เมษายน

สอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ผลปรากฏว่าเราได้เรียนต่อโทในไทยอย่างที่อยากได้ ก็เลยยื่นใบลาออกจากงานล่าม (ได้ซักที) ที่จริงยื่นก่อนรู้ผลสอบด้วยซ้ำ แต่ว่าอยากออกอยู่แล้วไง กะว่าถ้าไม่ได้ต่อโทก็เตรียมเกาะบั้งไฟไปญี่ปุ่นล่ะวะ...

 หมายเหตุ...เวลาเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ที่ทำงาน มันก็จะสนุกตอนไม่มีงานให้ทำเนี่ยแหละนะ...

 

 

พฤษภาคม 

ออกจากงาน มาอยู่บ้านเกือบเดือน ซักซ้อมใช้ชีวิตมนุษย์ตุ๊กแกเกาะแม่กิน ซึ่งก็พบว่าสามารถทำได้ดีมาก แล้วก็ออกไปหาหอพัก รายงานตัว อะไรพวกนั้น ได้ไปเจอคนที่จะเรียนโทเหมือน ๆ กัน ก็พบความจริงอีกครั้งว่า...กูแก่แล้ว...

 

 

มิถุนาจน เอ้ย ยน

จ่ายค่าเทอม(แน่นอนว่าเงินแม่)  เปิดเทอม เริ่มเรียน ใช้ชีวิตนิสิต(ในวงเล็บว่า ป.โท) ตอนแรกไม่ค่อยคุ้นกับการใส่ชุดแบบอื่นไปเรียน เลยใส่ชุดเหมือนตอนเรียนป.ตรีไป แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ละอายกับการถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นป.ตรี อยู่เรื่อย ๆ (ก็แหงล่ะ ชุดเหมือนเด๊ะ) เลยเปลี่ยนมาใส่เสื้อโปโล กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ในภายหลัง...

 

 

กรกฎาคม

ก็ยังปรับตัวกับการเรียนไม่ค่อยได้ ทำตัวไร้สาระเหมือนตอนทำงานไม่มีผิด ไม่สิ ไร้สาระกว่าอีกมั้งหว่า มีปัญหาทั้งด้านการบริหารเวลา และการใช้จ่าย เพราะมีเวลามากขึ้น แต่ก็มีการบ้านที่ต้องทำ และสิ่งที่ควรทำมากมาย แต่ก็ยังทำไม่ค่อยได้

และทั้ง ๆ ที่บริหารเวลาไม่เอาอ่าว แต่เสือกเปรี้ยว ไม่ยอมเลิกแปลการ์ตูน เลยต้องแปลการ์ตูนด้วย ทำ TA ด้วย และเรียนไปด้วย ส่งผลให้เรียนมั่งหายมั่ง TA ก็ไม่ค่อยได้ไปทำ การ์ตูนก็ไม่ค่อยได้ไปส่ง สรุปว่าเรื่องงานนี่ไม่มีอะไรดีซักอย่าง

ด้านการใช้จ่าย จากรายได้ที่ลดลง 4 เท่า แต่ยังใช้จ่ายเท่าเดิม บอกได้คำเดียวว่า...เจ๊ง...เงินก้อนตอนมกรา เริ่มถูกแทะโลม เอ้ย แทะเล็ม ทีละเล็กทีละน้อย แต่ก็ยังหวังว่า ... มันจะกลับมา ...

 

 

สิงหาคม

ล่วงเข้าเดือนแห่งวันแม่ แต่ก็ไม่มีอะไรพิเศษ ก็ยุ่ง ๆ วุ่น ๆ ไปเหมือนเดิม มีการสอนโดยอาจารย์ชาวญี่ปุ่นที่ถ่อมาจากมหาลัยน็อตเตรอะดาม มหาลัยที่ eyeshield21 เรียนอยู่ (ซึ่งตรูก็นึกว่ามีแต่ในการ์ตูน และนึกว่ามันไม่ใช่มหาลัยในญี่ปุ่น) ก็ได้พบความจริงว่า คนที่มาจากน็อตเตรอะดาม ไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วเสมอไป...และจากการที่มีอาจารย์คนญี่ปุ่นมา ก็ทำให้ได้พาอาจารย์ และพาตัวเองไปเที่ยวนครปฐม และสิงห์บุรี แอนด์วังสวนผักกาด+บ้านจิมป์ทอมสัน ตามลำดับไหล่...

 

 

กันยายน

เตรียมต้อนรับปิดเทอม รายงานส่งเลท 2 วิชา วิชานึงเลท 1 อาทิตย์ ส่วนอีกวิชานึง น่าจะเลทเป็นเดือน...คิดว่าป่านนี้อาจารย์คงหายงง ว่าทำไมมันผ่านระดับหนึ่งได้ แต่เกรดไม่เอาประเทศขนาดนั้น...แต่ยังไงก็แล้วแต่ อาจารย์ท่านก็ยังมีเมตตา และขันติเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เราส่งการบ้านได้โดยทุพพลภาพ...

 

 

ตุลาคม

 ปิดเทอม เกรดออก ได้ 3.63 ซึ่งสำหรับป.โท มันควรได้ 4.00 แต่ออกมาแค่นี้ ก็เพราะตัวเองแท้ ๆ...บอกได้คำเดียวว่า สมน้ำหน้า ว่าแล้วก็ไปนอนตีพุงอยู่บ้าน ไปนอนอ่านการ์ตูนที่บ้านต่อไป ส่วนงานแปลที่หิ้วกลับมา ก็ถูกหิ้วกลับไปกทม.ตอนใกล้เปิดเทอมเช่นเคย...พยายามเขียนแผนการทำงาน แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับการเลี้ยงไก่ใน Hi5 และการเล่นเน็ตไร้สาระ เป็นการยืนยันว่า...กูยังไม่(ยอม)โต...

 

 

พฤศจิกายน

เปิดเทอม เอาน้ำหน้ากลับมาให้อาจารย์เห็นอีกครั้ง อาจารย์บอกว่า "เปิดเทอมใหม่ ทำตัวใหม่นะคะ" แต่รู้สึกว่า กะไอ้นี่...ถ้าเกิดใหม่ น่าจะง่ายกว่า (=*=) ก็ใ้ช้ชีวิตต้อนรับเปิดเทอมอย่างมีความสุข  การบริหารเวลาทำได้เลวน้อยลง มีเวลาทำงานแปล + การบ้าน + เตรียมตัวเรียน มากขึ้น เป็นระบบขึ้น แต่ก็ยังมีวิชานึงที่ส่งการบ้านได้ช้าตลอด แม้กระทั่งตอนที่เขียนบันทึกสรุปตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ ส่วนวิชาอื่น ๆ ก็เรียนได้อย่างมีความสุข ถึงคะแนนจะห่วย ทำตัวไม่ดี แต่ก็มีความสุขในการเรียนนะ (ดูขัดแย้งเนอะ) ... ย้ำอีกครั้ง ว่ามีความสุขในการเรียน ไม่ได้มีความสุขในการเกาะแม่กินนาเว่ย

 

 

ธันวาคม

เดือนแห่งวันพ่อ วันเกิดพ่อ วันคิดมาด วันคิดมาก (เืดือนนี้มีวันคิดมากหลายวันมาก) วันปีใหม่ และวันเกิดตัวเอง อ้อ วันรัฐธรรมนูญอีก...เป็นเดือนที่ทำให้เริ่มสำนึกว่า ตัวเองแม่งแก่แต่ตัวจริง ๆ ... โชคดีที่คุณแฟน คุณเพื่อนแฟน และอีกหลาย ๆ คุณ ช่วยตักเตือนและแนะนำอยู่เสมอ ทำให้มีกำลังใจในการปรับเปลี่ยนตัวได้...เป็นเวลาอาทิตย์นึง...แล้วก็กลับมาคล้าย ๆ อีหรอบเดิม...ฮ่วย...(ล้อเล่นน่า ดีขึ้น ๆ )...

...เพราะได้ตระหนักในความจริงข้อนึง (ซะที) ว่าถ้าอยากมีครอบครัว อย่าลืมสร้างความมั่นคง เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้เราต้องมาคิดอีกว่า ถ้าเราจะเป็นอาจารย์ตามที่เราอยากเป็น แล้วไอ้ความมั่นคงนี่ มันคืออะไร จะทำยังไง...จากที่ลาออกมาเรียนต่อแบบไม่ง้อเงินเดือน(บริษัท)  แต่สุดท้ายแล้วเราจะต้องกลับไปหาเงินเดือน(บริษัท)อีกรึเปล่า...

อนึ่ง...ช่วงต้นเดือนได้ไปสอบวัดระดับ ซึ่งก็ไปสอบระดับหนึ่ง ที่คิดว่าผ่านมาได้เพราะฟลุค ผลสอบยังไม่ออก แต่จากที่ตรวจตอนกลับมาถึงหอ ก็พบว่า "ตก" สมดังปรารถนา...ทั้ง ๆ ที่ปีที่แล้วยังห้าวจะสอบให้ได้เกิน 350 คะแนนแท้ ๆ ...สมน้ำหน้า....

ส่วนช่วงกลางเดือนก็ไปตัดผมสั้นกว่าตอนมัธยมหน่อยนึง แม่ก็บอกว่าจะตัดค่าขนมให้ตายตกไปตามกันไปด้วยซะเลย เพราะแม่อยากให้ไว้ยาวมากกว่า...เอ่อ...ลูกชายนะแม่...

 


เอาเป็นว่า ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่ดีกว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา (เอ๊ะงง) เป็นปีที่เขียนย้อนหลังไปแล้วชื่นใจ เหมือนได้ดมยาดมตราโป๊ยเซียนยังไงยังงั้น ก็ขอให้ปีหน้าเป็นปีที่ดี ๆ เราเองก็จะทำตัวให้ดี๊ ดี จะไม่ยอมแก่แต่ตัวอีกต่อไป...จริง ๆ นะ  

 

ปล.พูดถึงภารกิจหลักของการเรียน ป.โท ก็คือเรื่องเรื่องวิทยานิพนธ์...เราก็หวังจากการบ้านช่วงปีใหม่นี่แหละ ...ด้วยความที่อาจารย์ให้หาเรื่อง เราก็เลยหาจนได้เรื่อง โดยอยากให้มันใช้ได้ซักเรื่อง แต่ถ้าไปทำมาแล้วมันไม่ได้เรื่อง ก็หวังว่าอาจารย์ท่านจะไม่เอาเรื่อง.............................(=x=)

 

...สุดท้ายนี้ก็...

 

...สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ ครับ...

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เรียน ป.โท ได้ตั้ง 3.6 นี่ก็เก่งแล้วนะ ต้องได้ 4.00 เลยเหรอ เห็นแล้วละอายใจ เค้ายังไม่เคยได้เลยตะเอง ตอนป.โทน่ะ สวัีสดีปีใหม่ค่ะ
อืมมมม์

อ่านดู ก็รู้ว่ายัง (ไร้) สา (ระ) ลวนอยู่กับวัฎจักรเดิม ๆ

เอาใจช่วยให้ปีใหม่ ปีนี้ (ยอม) โตขึ้นสักทีนะ...

ว่าแต่ ไก่โตขนาดไหนแล้วล่ะเนี่ย หุหุopen-mounthed smile

#26 By sora no hime★空のひめ on 2010-01-08 15:09

เห็นตัวเอง Comment แล้วตกใจ...

ยาวมาก...ยาวที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ เพราะปกติไม่ใช่คนพูดมาก

ขอโทษนะคะ ที่บ่นยาวไปหน่อย sad smile

#25 By OFF JPK on 2010-01-08 11:17

อ่านตอนเดือนมกราคม ดูมีความตั้งใจ + สาระดีนะคะ
555+ แต่เดือนหลังๆ นี่ไม่แน่ใจ...

แม้ว่าอ่านๆดูชีวิตคุณจะไม่มีสาระ/อะไรแปลกใหม่ แต่คุณก็น่าจะดีใจอยู่อย่างนึงนะคะ

ที่คุณรู้ว่าคุณชอบอะไร/ไม่ชอบอะไร เรียกง่ายๆว่าหาตัวเองเจอ แม้ว่าจะเดินไปอย่างช้าๆ ก็ยังดีกว่าพวกที่ไม่รู้จักตัวเอง...แล้วก็ยังดันทุรังที่จะเดินต่อไป เพราะคิดว่าดีกว่าอยู่เฉยๆ

เคยได้ยินว่า คนเราชีวิตจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มันอยู่ที่สิ่งที่เราเลือก 3 ข้อ
1. เลือกเรียนอะไร
2. เลือกทำงานอะไร
3. เลือกแต่งงานกับใคร

ฉันขอให้คุณสำเร็จๆ ดังที่ตั้งใจ ขอให้ปีใหม่นี้ดีกว่าปีเก่าๆยิ่งขึ้นๆ (ส่วนฉันคนแวะมา ก็จะค้นหาตัวเองต่อไป เพราะเกิดความสงสัยว่า เอเรามาถูกทางรึเปล่า...นี่ใช่เรารึเปล่า เพราะโดนพ่อแม่ครอบงำมานาน ไม่รู้ว่าคิดได้ช้าไปไหม 555+)

สวัสดีปีใหม่ค่ะ surprised smile

#24 By OFF JPK on 2010-01-08 11:13

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ตลอดปีที่ผ่านมามีแต่เรื่องน่าสนุคนะคะ
ยังไงก็ขอให้ปีนี้เป็นปีที่มีแต่ความสุข และขอให้ประสพความสำเร็จในทุก ๆ เรื่องค่ะ

#23 By Nemo on 2010-01-07 09:26

big smile จับได้ซะแล้ว 55

สวัสดีปีใหม่พี่

ปีนี้ก็ไม่มีโบนัสอะดิ

ถ้ามีก็มาแบ่งน้องบ้าง 55+

confused smile
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ย้อนอดีตได้เป็นเรื่องเป็นราวดีจัง มองตัวเองแล้วรู้สึก เอ๊ะ ชั้นทำอะไรไป confused smile

ขึ้นปีใหม่ก็ขอให้ทำได้อย่างที่ตั้งใจนะคะ

#21 By talalan on 2010-01-04 13:22

อาจารย์คงจะเอาเรื่องแน่ๆ ถ้าโดดเรียนquestion
มาสวัสดีปีใหม่แบบเลทๆ

ยังไงปีนี้ก็ขอให้เลิกดองการ์ตูน

แปลเสร็จไวๆ

ร่ำรวยๆน้าเงิบบ

#19 By Cocoaharry_Demmy on 2010-01-03 23:41

แอดมิน เป็นเกย์
เอ๊ย ผิดเรื่อง

ปีใหม่ นมใหญ่เหมือนเดิม
เอ๊ย ผิดคิว

ขอให้สุกๆ เจริญพร

#18 By Seth (58.147.73.111) on 2010-01-03 23:04

ดีจังเลยนะครับได้เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วย ผมเรียนสายวิทย์แล้วก็ลังเลๆมาโดยตลอดว่าจะเข้าคณะอะไรดี สุดท้ายตอนเลือกคณะโควตามช.ผมเลยเลือกมนุษย์ญี่ปุ่นสอบญี่ปุ่นไว้อันดับหนึ่ง คาดว่าคงไม่ติดล่ะครับ ตอนสอบผมทิ้งดิ่งภาษาญี่ปุ่นล้วนๆเลย...เศร้าใจครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้มีความสุขมากๆเน้อbig smile

#17 By Deathgaze_Xlll on 2010-01-03 22:54

โอ้! ปีนี้ก็มาสู้ชีวิตกันต่อไปด้วยความสนุกสนานค่ะ เสริฟชาร้อนๆ (ノ゚-゚)ノ旦 ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ ขอฝากเนื้อฝากตัวอีกปีนะค้า ( ゚ ヮ゚)

#16 By on 2010-01-03 22:20

เอามาเขียนได้ยาวมากๆเลย
ของแพรลืมหมดแล้ว sad smile

ยังไงก็สวัสดีปีใหม่นะคะ

#15 By Prae on 2010-01-01 15:49

จำได้ด้วยเหรอคะ ว่า 12 เดือนที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง ความจำแม่นมากเลย 55

สวัสดีปีใหม่ค่ะ confused smile

#14 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-12-31 17:18

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอให้ปี 2010 เป็นปีที่ดีสำหรับคุณ Monboy นะคะ

big smile

#13 By SHizUKu on 2009-12-31 17:04

สวัสดีปีใหม่จ้า ~

เรื่องความมั่นคงนี่ก็พูดยากนะ แต่เราว่าวิถีชีวิตแต่ละแบบมันก็ล้วนแล้วแต่มีความไม่มั่นคงของมันอยู่น่ะ ยังไงก็เอาใจช่วยเน่อ

#12 By draco on 2009-12-31 15:51

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^

#11 By K.Meow47 on 2009-12-31 14:57

เร่ด!!!

เอาไปเขียนบ้าง

สวัสดีปีเก่าค่ะ

#10 By Dare? on 2009-12-31 13:56

สวัสดีปีใหม่confused smile

#9 By wesong on 2009-12-31 09:32

เห็นหลายที่เหมือนกันค่ะเตือนว่าริเรียนปอโทอย่าทำงานอื่น =______=
ชีวิตท่านโดยรวมลำบากแต่ก็ดูมีความสุขอยู่นะ สดอยากใช้ชีวิตแบบนี้บ้างจัง อิอิ

เขามีแต่ไว้ผมยาวแล้วจะตัดค่าขนมไม่ใช่หรอท่านแม่ = =

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ปีนี้ก็ขอให้ยาราไนก้าสุขสันต์ต่อนะคะ confused smile
ผมว่าเป็น1ปีที่สนุกดีนะครับ ทั้งปีนี้ของผม สนุกเอาเดือนสุดท้าย เดือนเดียวเอง
ต่อ

ด้วยความสดใส ราบรื่น และมีสีสัน big smile big smile

#6 By porpang on 2009-12-30 23:14

สวัสดีปีใหม่ค่ะ big smile
ขอให้เดินทางในปี 53

#5 By porpang on 2009-12-30 23:13

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่า

#4 By MamiLuv on 2009-12-30 23:12

กรี๊ดดดดดด ใครบังอาจตัดหน้าชั้นย้าาาส์

#3 By Gojuppo (61.90.21.137) on 2009-12-30 22:48

คนแรกกกกกกกกกก (เย้!!)

ชีวิตในเดือนทั้งสิบสองของอ่งอ๊งช่างสนุกสนานจริงๆ
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบ

#2 By Gojuppo (58.11.64.76) on 2009-12-30 22:46

สวัสดีปีใหม่ 2553 ครับ ^^

#1 By Zeon on 2009-12-30 22:44