ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็ไม่มีเรื่องเขียน

วันนี้เกิดอยากเขียนเรื่องเด็กขึ้นมา ก็เพราะเป็นวันเด็ก

เลยอยากเขียนสั้น ๆ (แต่เอาเข้าจริงก็ปาไป ๒ ชั่วโมงกว่า กว่าจะเขียนเสร็จ ยาวค่อด ๆ )

ว่า ... 

 

"ทำไมเราถึงต้องรักเด็ก?"

 

ก่อนอื่น ขออ้างอิงความหมายของคำว่า เด็ก จากพจนานุกรมฉบับมติชน ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ๒๕๔๗ ว่า...

เด็ก น. คนที่มีอายุน้อย; ชายหรือหญิงที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี. ว. ยังเล็ก; อายุน้อยกว่า ในคำว่า เด็กกว่า.

แล้วทำไมเราถึงต้องรักเด็ก ถึงควรรักเด็ก กันล่ะครับ?

ลองมาไล่เรียงเหตุผลกันไปทีละข้อ ๆ กันเลยนะ...

 

๑. เพราะเด็กโมเอะ เพราะเด็กน่ารัก

    ...ครับ เพราะเด็กน่ารัก น่ารักกว่าผู้ใหญ่มากมาย สีหน้าแววตาของเด็ก ๆ นั้น เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น มีความสดใสร่าเริงในแบบเด็ก ๆ อยู่เสมอ ทั้งความสงสัยใคร่ซักถาม และจินตนาการที่บริสุทธิ์ พอเราได้เจอเด็ก ๆ เราก็จะรู้สึกได้ถึงการเจริญเติบโต ความหวังที่ผู้คนต่างคาดหวังในตัวเขา/เธอเหล่านั้น รวมไปถึงอนาคตอันสดใสในภายภาคหน้า เด็กนั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้น...ถ้าไม่เชื่อลองไปสังเกตเด็ก ๆ สมัยนี้คุยกันสิครับ ท่านจะสัมผัสได้ถึงความน่ารักของเด็ก ๆ ที่ลอยมากระแทกหู...

    อย่างเช่น...

    "เฮ้ย เย็นนี้ไปปะวะ"

    "กูไปไม่ได้ว่ะ แม่งต้องเรียนก่อน ถ้าโดดอีกแม่ด่ากูแน่"

    "กลัวเหี้ยไรวะสัด งั้นมึงไปเรียนครึ่งแรกแล้วตามกูมาตอนเบรกละกัน"

   รึอย่างเช่น...

    "เฮ้ยมึงว่าคนนี้โดนยังวะ"

    =ปี๊บบบบบบบบบบบบ=

    (โดนตัดจบกลางคัน)

   ...เป็นต้น...

 

๒. เพราะเด็กไร้เดียงสา

    ...ครับ เพราะเด็ก ๆ นั้น ย่อมมีความอ่อนต่อโลก ยิ่งในสังคมปัจจุบันที่แสนจะโหดร้ายเช่นนี้ จำนวนเด็กที่ไร้เดียงสาก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น เด็กกล่อง ที่ไร้เดียงสาซะจนคิดว่า การใส่ชุดนักเรียนเต็มยศ และเอากล่องที่แปะป้ายว่า "ผมกำลังหาเงินเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษา" นั้นจะเป็นการทำมาหากินที่ยั่งยืน และถูกต้อง...และด้วยความไร้เดียงสา เลยดันทุรังหากินด้วยวิธีนั้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองมีคู่แข่งอยู่ตามสะพานลอยหลาย ๆ แห่งทั่วกรุงเทพฯ ช่างไร้เดียงสาซะจริง ๆ ... จริง ๆ แล้ว การหัดพับจรวดเพื่อเป็นตัวแทนทีมชาตินั้น น่าจะเป็นวิธีที่สร้างรายได้ สร้างสรรค์ และ สร้างชื่อได้ดีกว่ากันเยอะ...นะน้องนะ...


๓. เพราะเด็กเป็นผู้อ่อนน้อม ถ่อมตน

    ...เราคนไทยครับ ไปไหนมาไหน ถ้าเจอคนอาวุโส ที่รู้จัก และควรค่าแก่การเคารพ ก็ต้องยกมือไหว้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจคู่เมืองไทยมาช้านาน...

    ...แต่เด็กสมัยนี้ คิดไปไกลกว่านั้นครับ อ่อนน้อมกับคนในชาติมันกระจอกไป...ต้องโน่น อ่อนน้อมข้ามชาติ ไม่บอกก็คงรู้ว่าผมกำลังจะหมายถึงชาติไหน (ไม่ใช่ชาติหน้าก็แล้วกัน)  อย่างความอ่อนน้อม น้อมรับวัฒนธรรมบันเทิงจากเกาหลี หรือ ญี่ปุ่น เป็นต้น...เค้ากรี๊ดอะไร เราก็น้อมมมมมมรับกระแสนั้นมากรี๊ดตามทันที ร้องก็กรี๊ด เต้นก็กรี๊ด ตดก็กรี๊ด...ส่วนปริมาณความหนักหน่วงจนน่าชื่นใจของการอ่อนน้อมที่ว่านี้เป็นอย่างไร ในบล็อกอื่น ๆ หรือที่อื่น ๆ ก็มีเขียนไว้มากมายจนจะแหวะเป็นภาษาต่างชาติอยู่แล้ว คงไม่ต้องมาสาธยายในนี้อีก ไม่งั้นเอ็นทรี่นี้คงยืดไปอีกยาว...

    ...ซึ่งความอ่อนน้อมทางวัฒนธรรมที่ว่านี้ จะดีมาก ถ้าพยายามแนะนำให้อ่อนน้อมด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากด้านของความบันเทิงเข้ามาบ้าง เพราะต่างชาติก็ยังมีวัฒนธรรมการเรียน การทำงาน การมีระเบียบ วินัย ที่น่าน้อมเข้ามาใช้กับบ้านเราได้บ้าง (เอาเฉพาะอันที่มันเข้าท่าล่ะ) หรือถ้าใครจะลองใช้วัฒนธรรมบันเทิงที่ตัวเองชอบเป็นจุดเริ่มต้นของการรับวัฒนธรรมดี ๆ อย่างอื่นเข้ามาก็คงจะดีไม่น้อย (ก็ดีมาก นั่นแหละ)...

 

๔. เพราะเด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า (จะเล่นมุกว่า เด็กในวันนี้ คือกำนันในวันหน้า ก็ไม่กล้า...)

    ...ใช่ครับ เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า สักวัน เด็ก ๆ ทั้งหลายก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ สร้างปัญหา เอ้ย สร้างฐานะ สร้างครอบครัว และเป็นประชาชนที่มีคุณภาพแก่ประเทศชาติจวบจนวาระสุดท้าย

    ยิ่งในสมัยนี้ยิ่งน่าภูมิใจ เพราะเด็กหลาย ๆ คน มองข้ามช็อต แทนที่จะสร้างฐานะแล้วค่อยสร้างครอบครัว ก็ไปสร้างครอบครัวรอไว้ล่วงหน้า แล้วจากนั้น ก็ค่อยสร้างฐานะ(ยากจน) และเป็นประชาชนที่มีคุณภาพ(แย่) จวบจนวาระสุดท้ายได้ในที่สุด บางรายก็มีแถม ด้วยการสร้างเด็กขึ้นมาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเป็นการสร้างเด็กที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตเอาไว้เลย...ช่างรอบคอบซะจริง ๆ

    ...แน่นอนว่าเราไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า วิธีการแบบไหนมันถูก วิธีการแบบไหนมันผิด หลายคนไปได้ดีกับลำดับการสร้างแบบเก่า หลายคนไปได้ดี(?)กับลำดับการสร้างแบบใหม่...แต่ก็กรุณาคิดกันให้ดี ๆ ก่อนนะน้อง ว่าสิ่งที่น้องต้องการในตอนนี้ คือฐานะ หรือ ครอบครัว หรือ อะไร...

 

๕. เพราะเด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ (คำขวัญวันเด็ก ปี 2516) / เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง (คำขวัญวันเด็ก ปี พ.ศ.2521)

    ...เด็ก ๆ สมัยนี้เก่งกว่าสมัยก่อนเยอะครับ สิ่งที่เด็กสมัยก่อนเรียนกันข้ามปี เด็กสมัยนี้เรียนกันแป๊บ ๆ ก็จบแล้ว เพราะเรามีการศึกษาที่ดีขึ้น เด็กตัวเล็ก ๆ แบกกระเป๋าใบเท่าตัวเองไปเรียนพิเศษกันตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ สามารถคิดเลขในใจได้โดยไม่ต้องใช้ลูกคิด (เพราะให้พ่อแม่คิดแทน...ฮ่า) สามารถเข้าใจเนื้อหาม.ปลายได้ตั้งแต่ปิดหน้าร้อน ม.ต้น สามารถพูดภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ได้ปร๋อ เหมือนเจ้าของภาษา...จนสามารถประดิษฐ์ภาษาวิบัติขึ้นมาใช้ได้เป็นของตัวเอง...ซึ่งพัฒนาซะจนทุกวันนี้ แค่ คะ กับ ค่ะ ก็ยังแยกกันไม่ออก...

    นอกจากนี้ ในยุคนี้ยังมีอาหารเสริมสติปัญญามากมาย ทั้งใยโปรตีนขวดละเกือบร้อย เอาไว้เสริมความคิดดี ๆ ทั้งน้ำต้มไก่เข้มข้นที่มีคุณค่าสู้ไข่ต้มฟองนึงยังไม่ได้ ทั้งน้ำลายนกนางแอ่น ที่ไม่รู้จะแพงไปหากำไร เอ้ย หาอะไร

     และนอกจากนี้ การที่เด็กสมัยนี้มีความฉลาดมากขึ้น ทำให้รู้จักวางแผนครอบครัวได้ตั้งแต่ยังไม่มีบัตรประชาชน สามารถศึกษาวิธีการสร้างครอบครัวโดยไม่ต้องสร้างเด็กได้ฟรีผ่านทางคลิปการศึกษาที่มีให้โหลดทั่วโลกอินเตอร์เน็ต โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นวิทยากร ศึกษาจากเพื่อนเด็กคนอื่นแล้วก็ประยุกต์ปฏิบัติกับตนเอง บันทึกผลการทดลองด้วยมือถือ และส่งรายงานมาแลกเปลี่ยนความรู้กันผ่านอินเตอร์เน็ต

    ...เรื่องเหล่านี้ คนสมัยก่อน เทียบไม่ติดเลย...

    ...แล้วงี้ชาติจะไม่เจริญเพราะพวกเค้าได้ไง...เนอะ...

 

๖. เพราะเด็กคือผ้าขาวบริสุทธิ์

    ...เป็นสิ่งที่เราทุกคนตระหนักกันเสมอมา ว่าเด็ก ๆ ทั้งหลาย เป็นเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ จะมีสีสันเป็นอย่างไร จะสีสวยสดหรือหม่นหมอง จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เลี้ยงดูมา อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ก็มีโอกาส ที่จะได้ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ก็มีโอกาสที่จะได้ไม่ดี

    ซึ่งเด็กในสมัยนี้ก็ปฏิบัติตนได้ตามประโยคที่ว่านี้ได้เป็นอย่างดี เพราะพออยู่ที่บ้าน พ่อแม่พูดเท่าไหร่ไม่ฟัง แต่เพื่อนพาไปไหนก็ไป แฟนพาไปไหนก็ไป พาไปสร้างครอบครัวก็ยอม จะย้อมให้เป็นสีอะไรก็เอา...ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ได้อย่างแท้จริง...

    แต่ก็พอจะวางใจได้ระดับนึง เพราะปัจจุบันเราพยายามป้องกันสิ่งชั่วร้ายให้หมดไปจากสื่อใกล้ตัวเด็ก ยกตัวอย่างเช่นในสื่อโทรทัศน์ เราจะเห็นการเซ็นเซอร์ตูดโนบิตะ นมชิซูกะ จู๋ชินจัง กันอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนละครที่มีฉากข่มขืนนางเอกจนได้แต่งงานกันอย่างมีความสุขในตอนจบนั้น ก็ป้องกันไว้แล้วอย่างเฉียบขาดไม่แพ้กัน ด้วยการใช้การแบ่งเรตติ้งไม่ให้ผู้ปกครองปล่อยให้ลูกหลานดูโดยลำพัง...อา...สบายใจอย่างบอกไม่ถูก...

    หรือแม้แต่ในสื่อสิ่งพิมพ์ เราก็จะได้เห็นความพยายามป้องกันสิ่งอุจาดไม่ให้เข้าถึงเด็ก ๆ ด้วยการถ่ายรูปหว่างขาดาราโดยไม่ให้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้นั้น บนหน้าปกหนังสือซุบซิบดาราทั้งหลายที่วางขายเบียดกับหนังสือพระหนังสือเจ้า ก็จะเห็นภาพกางเกงในดารา หรือนมดารา ที่ถ่ายมาได้ทั้งแบบสมัครใจและไม่สมัครใจกันจนชินตา โดยในภาพทั้งหลายจะไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ไม่มีจุกหรือสาหร่ายให้เห็นอย่างแน่นอน แม้จะเป็นภาพถ่ายที่โคตรจะทุเรศแค่ไหนก็จะไม่โป๊อย่างแน่นอน...อา...สบายใจอย่างบอกไม่ถูกอีกแล้ว...

    ...ยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเกิดผ้าขาวบริสุทธิ์บ้านใครไปเปื้อนอะไรขึ้นมา ก็อย่าเพิ่งรีบเอาไปบริจาค หรือเอาไปใช้เช็ดเท้า แต่ช่วย ๆ กันซัก ช่วย ๆ กันทำความสะอาด ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มให้นุ่ม หอม รีดให้เรียบ ให้ผ้ากลับมาสวยดังเดิม หรือสกปรกน้อยลง น่าจะดีกว่านะครับ เพราะที่จริง คงไม่มีผ้าผืนไหนอยากเปื้อนหรอกนะ...

 

๗. เพราะเด็กคือคนที่เดินตามหลังผู้ใหญ่แล้วหมาไม่กัด

    เราไม่ค่อยเห็นผู้ใหญ่เดินตามหลังเด็กกันหรอกครับ เพราะเด็กหลาย ๆ คนจะต้องมีคนคอยนำทาง ซึ่งถ้าคนที่ต้องคอยนำทางนั้น ไม่ใช่ผู้ใหญ่ แล้วหมาที่ไหนจะมานำ (อย่าบอกนะว่าหมาตัวที่จะกัด) แต่ถ้าหากไอ้เด็กคนไหนมันแนว หรือกระโดดข้ามหัวผู้ใหญ่ไปเดินนำอยู่หน้าขบวน อยากเลือกทางเดินเอง ก็ปล่อยไป ให้ลองดูบ้าง เผื่อจะได้โดนกัดซักทีให้หายซ่า หรือต่อให้ไม่หายซ่า ก็จะได้เรียนรู้รสชาติของเขี้ยวหมาดูบ้าง...

   ...อย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะต้องเดินตามผู้ใหญ่เสมอไป ถ้าหากเราดูแล้วว่าเด็กที่อยากเดินนำหน้าเรา เค้ามีวุฒิภาวะหรือความพร้อมดีแล้ว ก็ลองให้เค้าเดินนำหน้าเรา โดยให้อยู่ในสายตาตลอด ก็น่าจะดี เพราะจะช่วยให้เค้าเติบโตได้อย่างถูกที่ถูกทาง โดยที่เราได้ดูแลอย่างใกล้ชิด...

    แต่...บ่อยครั้งที่เราเห็นเด็ก ๆ ถูกหมากัด ก็อย่าเพิ่งไปสมน้ำหน้า หรือไปรุมด่าเด็กกันล่ะครับ ว่าเดินยังไงให้หมากัด แต่ช่วยกันดูก่อนนะ...ว่าทำไมผู้ใหญ่มันถึงปล่อยให้เด็กเดินไปจนถูกหมากัด หรือว่ามันเดินนำเด็กยังไงให้หมามากัด  ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเด็กคนที่ถูกหมากัดเค้าไม่มีผู้ใหญ่คอยเดินนำ...ก็อย่าลืมช่วยกันไล่หมา และคอยดูแลเค้าไม่ให้ถูกหมากัดด้วยล่ะ...

 

๘. เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ

     ...อันนี้แน่นอนมาก เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า (ข้อ ๔) เพราะฉะนั้น เราต้องช่วยกันปกป้องคุ้มครองเด็กให้ดี ๆ อย่าให้เด็ก ๆ ต้องสูญพันธุ์กันไปจากอุบัติเหตุในการแว๊น หรือแข่งกันบนทางด่วน หรือทะเลาะวิวาท/ตบตีกันแย่งผู้ชาย/ต่อยตีกันแย่งผู้หญิง ยิงกันเพื่อศักดิ์ศรี ฯลฯ เพื่อให้ชาติเราได้มีอนาคตกันต่อไป ส่วนจะดีหรือไม่ดี ค่อยว่ากันอีกที

 

๙. เพราะเด็กทำอะไรย่อมไม่ผิด

    ...เด็ก ๆ มักทำอะไรผิดพลาดอย่างไม่เจตนาอยู่แล้ว ด้วยความไร้เดียงสาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคดีอาชญากรรมที่ร้ายแรงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นคดีฆ่าข่มขืน ทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม หรือปล้น ฆ่า ยาเสพย์ติด ... ถ้าหากเป็นเด็กแล้ว เราก็จะมีระบบคุ้มครองสำหรับผู้เยาว์ ทำให้เด็กคนนั้นมีโอกาสกลับตัวกลับใจ และออกมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขในสังคมได้...ซึ่งเราก็หวังใจไว้เหมือนกันว่า เด็ก ๆ เหล่านั้นจะกลับตัวกลับใจได้จริง ๆ แต่ถ้าจะให้ดี อยากให้พิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป เพราะถึงแม้ในข้อ ๖ จะบอกเอาไว้ว่า คงไม่มีผ้าผื่นไหนอยากเปื้อน...แต่ถ้าเป็นผ้าสีดำมาตั้งแต่ต้นแล้วล่ะก็ จะทำให้ขาวยังไงก็คงไม่ได้...นอกจาก เอาไปย้อม...

 

๑๐. เพราะเด็กเอ๋ย เด็กดี ต้องมีหน้าที่ ๑๐ อย่างด้วยกัน (ซ้ำ)

    ๑. นับถือศาสนา

    ๒. รักษาธรรมเนียมมั่น

    ๓. เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์

    ๔. วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน

    ๕. ยึดมั่นกตัญญู

    ๖. เป็นผู้รู้รักการงาน

    ๗. ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจ ไม่คร้าน

    ๘. รู้จักออมประหยัด

    ๙. ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา

  ๑๐. ทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา เด็กสมัยชาติพัฒนา จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ

 

 

    ...เพลงนี้แต่งขึ้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ที่เริงร่าในวันเด็กปีนี้ยังไม่เกิด แต่ความหวัง ความปรารถนาของผู้ใหญ่หลาย ๆ คน ก็คงจะหวังว่าอย่างน้อย ขอให้เด็ก ๆ ในวันนี้ เป็นเด็กที่สามารถปฏิบัติตามเนื้อหาในเพลงนี้ได้บ้าง ถึงจะไม่ครบ ๑๐ ข้อก็คงไม่เป็นไร...ขอแค่เด็ก ๆ ทั้งหลายอย่าท้อแท้ในการที่จะเป็นเด็กดีก็พอ...

 

    ...จะกี่ปีผ่านไป เด็กก็ยังเป็นความหวังของผู้ใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลง...

   ...จะกี่ปีผ่านไป เราก็อยากให้เด็ก ๆ เป็นเด็กดี...

   ...และถ้าอยากให้เป็นเด็กดี เราก็ควรที่จะมอบความรัก ให้แก่เด็ก...

   ...ถ้าเด็กคนไหนไม่ดี ก็ตบ เอ้ย สั่งสอน อบรม เท่าที่จะทำได้...

 

   ...แม้ท่านจะไม่ได้สร้างเด็กขึ้นมาเอง แต่ก็ช่วย ๆ กันสอดส่อง ดูแล กันบ้าง เพราะในสภาพสังคมเดี๋ยวนี้ เป็นอันตรายกับความคิดและการใช้ชีวิตของเด็ก ๆ ยิ่งกว่าที่ผ่าน ๆ มา ... อย่าไปเน้นความเจริญทางด้านวัตถุ ช่วยพัฒนาความเจริญทางด้านความคิดจิตใจให้เด็ก ๆ ให้ประชากรในประเทศก่อนน่าจะดีกว่า...

   ...อ่านถึงตรงนี้แล้ว ใครยังไม่รักเด็กอีก ยกมือขึ้น...

   (//me พิมพ์จบบรรทัดตะกี้แล้วยกสองมือขวับขึ้นมาในทันที <<< โดนกระทืบคากองของขวัญวันเด็ก)

 

เด็ก ๆ ทั้งหลายก็ต้องพยายามเป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่

เป็นเด็กดีของคุณครู ของญาติโกโหติกา และของเพื่อนร่วมโลกทุก ๆ คนนะก๊าบ

 

สุขสันต์วันเด็กครับ m(_ _)m

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เราถึงได้เกลียดเด็กไง 55+
(เผยธาตุแท้ออกมาสะแล้ว = =+)

#19 By oTeDo on 2010-01-24 17:34

โดนใจจัง
แต่เราไม่เคยทะเราะกับใครนะ ไม่เคยยิงใครด้วย
จะเคยยิงได้ไงเนาะ เพราะถ้ายิงคงติดคุก

แต่มีเกเรบ้างตามภาษาเด็ก

อ่านจบแล้วตาลายเลย

#18 By ปวดตับ on 2010-01-18 19:24

ขอบคุณคร้าบconfused smile

#17 By fuckmylife on 2010-01-17 10:57

ผมรักเด็กครับ 555

ป.ล. อ่านจบนะครับแต่ขี้เกียจคอมเม้นง่ะะะะ

#16 By save'' safe'' on 2010-01-13 23:51

อ๊ะ ตอนแรกเกริ่นบอกว่าจะเขียนสั้นๆ ล่ะ... (ฮา)

เอาน่า ตอนเราเป็นเด็กผู้ใหญ่ก็อาจจะกรีดร้องว่า "สิ้นหวังแล้ว ~!" เหมือนทุกวันนี้ก็ได้นะ

#15 By draco on 2010-01-11 09:58

อา... เจอเหตุผลที่จะทำให้"รักเด็ก"แล้ว

ต่อไปจะได้รักเด็กอย่างถูกจริยธรรมซะที

#14 By Sosa on 2010-01-11 04:01

เด็กสมัยนี้ (เอิ่ม ช่างใช้นิยามให้ตัวเองดูแก่ขึ้นได้ดีจริง ๆ sad smile ) โตเร็วเกินวัยมากค่ะ เร็วจนเราตามไม่ทันเด็กซะแล้ว....

แต่จะดีใจมากกว่านี้ ถ้าเด็กมันโตเร็วในทางที่ดีอ่ะนะ

#13 By SHizUKu on 2010-01-10 17:38

ปวดตับกับเด็ก...สมควรให้โอนิซึกะไปสั่งสอนซะให้หมด

#12 By ★☆KyuubixUsagi on 2010-01-10 16:31

บันเทิงจากเกาหลี หรือ ญี่ปุ่น เป็นต้น...เค้ากรี๊ดอะไร เราก็น้อมมมมมมรับกระแสนั้นมากรี๊ดตามทันที ร้องก็กรี๊ด เต้นก็กรี๊ด ตดก็กรี๊ด...

55555555555555 ในฐานะที่ชอบนร.เกาหลีเอง
บอกตามตรงว่า โครตจริง !!!
ไปตามมา . . . ชีวอนเปิดประตูกรี๊ด ? = =
มึงจะกรี๊ดเพื่อก็แค่เปิดประตูไม่ได้เต้น หรือเซอร์วิส .

#11 By CHEEZE'P on 2010-01-10 13:41

ยาวได้โล่มากฮะ
แต่ชอบมากHot!

#10 By =] † BB"P † [= on 2010-01-10 09:39

เด็กฉลาดชาติเจริญ
แต่ถ้ากรูฉลาดเกิน
ชาติจะมีภัย
แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

#9 By Seth (61.19.21.111) on 2010-01-09 23:28

อุ๊ย เพิ่งรู้ว่าคุณmonboy เป็นโลลิ--- ...รักเด็กopen-mounthed smile
/โดนโบกออกนอกบลอค ปกติไม่ค่อยชอบเด็กค่ะ แต่อยากให้อนาคตของชาติสดใสกว่านี้จัง ดูสภาพตอนนี้แล้ว..ปลง =v=

#8 By on 2010-01-09 23:27

คอมเม้นท์ไม่ออก แต่แทงใจดังจึ้ก ๆ เลยค่ะ มีเด็กน่าร้ากกกกกที่กะจะเอามาอบรมแทนพ่อแม่มันอยู่คนน่ะ คิดแล้วปวดหัว

#7 By talalan on 2010-01-09 22:22

อ่านจนแล้ววว
พี่ก็คิดได้อะเนอะ
^
^
^
เนอะ...しょうがないなあ・・・(-_-メ)

#5 By monboy01 on 2010-01-09 21:46

จริงพี่เอ้ ตัวหนังสือเยอะจนไม่อยากอ่านเลย

มาอ่านครับ ฮ่า..

เด็กยุคนี้เอาแค่ไหว้ทักทาย ยังทำแบบขอไปทีเลย = =

#3 By Zeon on 2010-01-09 21:14

นั่นสินะคะ..

เด็กสมัยนี้ == อืม

#2 By Rojana-★-Dari on 2010-01-09 21:12

...เขียนมาสองชั่วโมงกว่า ๆ ยาวมากมาย เปิดดูเองยังรู้สึกว่าโคตรเยอะ...

...ถ้าจะไม่มีใครอ่านเพราะความเยอะอย่างน่ากลัวก็ไม่เป็นไร...

...ก็มันอยากเขียน...

...เลยเขียนซะจนหมดก๊อก(สำหรับงวดนี้)แล้วนี่นา...

...จะได้ไปทำการบ้านต่อแย้ว (T^T)...

#1 By monboy01 on 2010-01-09 21:03