monboy01 View my profile

Diary

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

 

จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ แต่ในตอนนั้นมีการวิ่งแข่งของสัตว์สองชนิดเกิดขึ้น

นั่นก็คือการวิ่งแข่งระหว่ากระต่ายกับเต่า ... แน่นอนว่ากติกาคือ ใครถึงเส้นชัยก่อนชนะ

 

...และก็แน่นอนยิ่งกว่าว่า ใครที่ถึงทีหลังก็ต้องแพ้...

 

กระต่ายวิ่งปรู๊ดดดดด....ด ไปรวดเดียวก็แทบจะถึงเส้นชัยเลยทีเดียวเชียว

แต่จู่ ๆ มันก็พักนอนหลับตรงโคนต้นไม้ก่อนถึงเส้นชัยเพียงไม่กี่ก้าวนั่นเอง

ก็คงเหนื่อยล่ะมั้งเนอะ...ช่างมัน เราไปดูอีกฝ่ายกันมั่งดีกว่า

 

กล่าวถึงเต่า...ผู้ที่ควรจะจ้ำบึ๊ดจ้ำบึ๊ดไปให้ทันกระต่าย ที่ทั้งวิ่งเร็ว

ทั้งยังรู้จักวิ่งในเวลาที่ควรวิ่ง และพักในเวลาที่ควรพัก

(คือพักก่อนจะถึงเส้นชัย...แม้จะมีคนบอกว่ากระต่ายประมาท แต่อย่างน้อยมันก็ควรพักบ้างล่ะ ก็นำมาตั้งเยอะนี่)

 

 

เจ้าเต่ากลับไม่รีบร้อนที่จะวิ่ง แต่กลับเดินอย่างชมนกชมไม้ พอแดดร้อนก็ไปหลบข้างทาง 

เป้าหมายหลักที่ต้องทำ คือ วิ่งแข่ง เหมือนจะไม่ค่อยสำคัญสำหรับมันเท่าไหร่นัก

เต่าต้วมเตี้ยมยังคงแวะเล่นเน็ต ทำเว็บ ทำธีมเว็บ ธีมทวิตเตอร์ ... และธีมบล็อกใหม่

(ถ้าอ่านถึงตรงนี้อนุโลมให้พักกด F5 หรือ Ctrl+F5 แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อได้)

 

ในขณะที่เต่ากำลังเอ้อระเหยอยู่นั้น เสียงนาฬิกาปลุกในมือถือที่กระต่ายตั้งไว้ก็ดังขึ้น

กระต่ายลืมตาตื่นขึ้นทันที และบิดขี้เกียจช้า ๆ แถมหาวด้วยเอ้า

 

จากนั้นมันก็เขย่งก้าวกระโดดเข้าเส้นชัยไปก่อน แล้วก็นอนต่อ...

 

ทว่าเจ้าเต่าก็ยังไม่รู้ว่าชาวบ้านเค้าเข้าเส้นชัยไปตั้งนานแล้ว 

ก็ยังคงเอ้อระเหยอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเมื่อมันคิดว่ากระต่ายน่าจะใกล้เข้าเส้นชัย

มันจึงเพิ่งเริ่มวิ่ง เริ่มวิ่ง วิ่งแบบเต่า ๆ 

 

มันวิ่งติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน โดยไม่หยุดพัก เพราะมันได้หยุดพักไปก่อนแล้วนั่นเอง

 

ด้วยการบริหารเวลาและวางแผนวิ่งแข่งอย่างไม่เข้าท่า

ทำให้เจ้าเต่าเกิดอาการ Overload และต้องหลับสนิทเหมือนสลบอยู่หน้าเส้นชัยนั่นแหละ

โดยในเวลานั้นกระต่ายก็ได้รับรางวัลและกลับไปนอนหลับที่บ้านเรียบร้อยแล้ว 

(แน่นอนว่าเจ้าเต่าก็ยังไม่รู้อยู่นั่นเอง)

 

เมื่อเต่าฟื้นจากอาการ Overload ในเช้าวันถัดมา มันก็เลิ่กลั่กมองหากระต่าย

อย่างไรก็ดี มันก็คิดว่าคงไม่มีเวลามากนัก 

มันต้องรีบวิ่งเข้าเส้นชัยก่อนที่กระต่ายจะถึง

 

มันจึงพยายามลากสังขารอันอ่อนระโหยนั้นเข้าเส้นชัย

 

ทว่าสายไปแล้ว...

 

การแข่งจบไปตั้งนานแล้ว...

ถึงมันจะแพ้ แต่มันก็มาถึงเส้นชัยได้สำเร็จ

 

เพียงแต่...ไม่มีใครอยู่ชื่นชมมันอีกต่อไป ทุกคนต่างมีภารกิจต้องไปจัดการ 

 

ไม่มีใครมารอเต่าที่ช้าและประมาทเพียงตัวเดียวหรอก

 

เ้จ้าเต่าเสียใจมาก แต่นั่นก็ไม่ช่วยอะไร

 

มันควรจะรีบเสียตั้งแต่แรกแท้ ๆ ...

 

และนิทานก็ถูกตัดจบลงแต่เพียงเท่านี้...

 

 

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....(โปรดเติมคำตอบก่อนลากเม้าส์อ่าน)...

 

"ไม่ควรนอนดึกแบบไร้สาระในคืนวันเสาร์ที่มีการบ้านที่ต้องรีบส่งวันจันทร์

...แถมยังทะลึ่งอัพบล็อกซะอีก"

 

 

 

 

 

 

ไปนอนก่อนล่ะ ไร้สาระจริง ๆ นะเนี่ย =*=

 

ปล.เปลี่ยนธีมแล้วจริง ๆ นะ อย่าลืมกดเอฟห้า หรือ คอนโทรลเอฟห้าดูกันล่ะกั๊บ

 

 

สุขสันต์วันเสาร์เราจะนอน (=x=)

 

 

 

วันนี้เป็นช่วงเช้า (ค่อนบ่ายแล้วเพ่) ของวันเสาร์ที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก

 

ต่างกับเสาร์ก่อน ๆ ตรงที่งานหมักดองมีเยอะมากมาย

 

จนต้องมาเขียนเดดไลน์แช่งตัวเองให้เสร็จในวันที่กำหนด

 

ถ้าไม่เสร็จ

 

ก็ไม่เสร็จอะสิ จะทำไมล่ะ ก็แค่เขียนไว้ให้มันดูมีเป้าหมายกะเค้ามั่ง

 

การบ้านเก่าของอาจารย์ ม. 2 งาน(เก่า หมัก ค้าง ดอง เลยกำหนดส่งมานานแล้ว)

แปลวาราฯ เล่ม 3 

งานอาโน

...ภายในวันจันทร์ที่ 10 นี้

 

ส่วนการบ้านอาจารย์ ม. ที่เป็นงานใหม่ 1 งาน อาจารย์กำหนดให้ถึงสิ้นเดือน

กับงานอาจารย์ ส.

 

ขอทำงานอาจารย์ ส. ให้เสร็จภายในวันที่ 14 สิงหาคม

ส่วนงานอาจารย์ ม. อยากทำให้เสร็จภายในวันที่ 24 สิงหาคม

 

อนึ่ง ยังมีงาน พหุหมาส์ เล่ม 4 ก็อยากจะทำให้เสร็จภายในวันที่ 24 สิงหาคมเ่ช่นกัน

 

มารอดูกันว่าจะทำได้ตามที่เพ้อเจ้อนี่สักกี่งานกัน...

 

 

#เปลี่ยนเรื่อง#

 

เมื่อวานไปเดินตลาดนัดในจุฬาฯมา

ก่อนหน้านี้เคยบ่น ๆ ว่าอยากได้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เพราะเห็นมีคนเอามาขาย แต่ซื้อไม่ทัน เพราะพอเลิกเรียนกลับมาวันนั้น ร้านก็ปิดไปซะแล้ว

เมื่อวานเราไม่มีเรียน พอเจอเหยื่่อที่หมายตาไว้ เลยทำการชี้ตัว

และให้คุณแฟนควักกระเป๋าตังค์จ่ายเงินซื้อให้ซะเลย ฮ่าฮ่าฮ่า

(แลกกับการซื้อรองเท้าให้คุณเธอ...แต่บวกลบแล้วกำไร หุหุ  = =+ )

 

ก่อนจ่ายเงินมีการเจรจาเล็กน้อยระหว่างคุณแฟนกับคนขาย

 

คุณแฟน..."ถ้าจับแมลงสาบลงไปมันจะกินมั้ยอะพี่?"

คนขาย..."ถ้าแมลงสาบมันตัวใหญ่ พี่ว่ามันจะกินต้นซะน่ะสิน้อง"

......

 

ถึงแม้จะใช้จับแมลงสาบกินไม่ได้

แต่เมื่อเย็นวานก็ยังได้หิ้วสมาชิกใหม่กลับมาห้องด้วย...

 

และที่ที่จะให้หล่อน (หรือเขา) สถิตอยู่ก็คือตรงระเบียงติดหน้าต่างฝั่งโต๊ะทำงาน (เล่นเน็ตมากกว่ามั้ง...) ไม่สิ หน้าต่างห้องเราก็มีช่องเดียวอยู่แล้วล่ะ...

 

 

 

 

 ウツボカズラ หรือ หม้อข้าวหม้อแกงลิง หรือ Nepenthes rafflesiana

 

หน้าตาก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ทำให้มีสีเขียวเพิ่มขึ้นมาในระบบนิเวศน์ห้องขึ้นมาบ้าง...

 

 

 

 

 ดูใกล้ ๆ ก็จะเห็นอุปกรณ์หุงต้มอย่างชัดเจน...มีฝาิปิดด้วยนะเอ้อ...

 

 

 

 

 

 

 จุดสีดำด้านใน คืออนุสาวรีย์มดที่ได้เข้าไปสำรวจโลก(หลังความตาย)ไปเป็นที่เรียบร้อย...มีแถมมาตั้งแต่ตอนซื้อ ไม่ได้เพิ่งมาตายที่นี่นะเอ้อ

 

 

 


 

 

 

 ต่อไป เวลานั่งทำงาน (...เล่นเน็ตมากกว่า) แล้วหันไปทางหน้าต่าง เราก็จะได้เห็นมิตรต่างไฟลัมห้อยแขวนอยู่กับลวดกำลังแกว่งหม้อหุงต้มล่อหมู่แมลงไปมา คงชวนให้รื่นรมย์ในการทำงาน (...เล่นเน็ตมากกว่า) เป็นยิ่งนัก

 

 

หวังว่าเหล่าแมลงทั้งหลายคงไม่พากันสาบแช่งหรอกนะ ว่าใครพาไอ้ต้นเขมือบต้นนี้มาฟระ หาที่ตายให้พวกตูแท้ ๆ ...อะไรทำนองนี้น่ะ...ก็คนเค้าชอบนี่นา นี่ชักอยากได้ต้นกาบหอยแครงอีกต้นแล้วเนี่ย หยาดน้ำค้างก็อยากได้...อูย กิเลสเกิด  = ="

 

 

 

 ปล.พรุ่งนี้จะไปงานซ้อมรับปริญญาเพื่อนที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ขอให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพ  = =

 

ปลล.ยังอยู่ในอาการ อยากเีขียน แต่ไม่รู้จะเขียนอะไร เอาเป็นว่าไปเขียนการบ้านกับงานที่ดองไว้ก่อนแล้วกัน =*= 

 

 

...สุขสันต์วันเสาร์เราร่าเริงครับ...

 

 

 

 

 

 

ยกมาเลยแล้วกัน

เครดิตจาก หน้านี้ ของ วิกิพีเดีย

 

 

 

๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานและทรงอภิปรายเรื่อง “ ปัญหาการใช้คำไทย ” ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทรงแสดงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยห่วงใยในภาษาไทย จนเป็นที่ประทับใจผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งความว่า

เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สาม คือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวก เรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้...สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็น ในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆก็ควรจะมีควรจะใช้คำเก่าๆที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก

 

 

รัฐบาลได้ประกาศให้วันนี้เป็นวันสำคัญ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒

 

 

 

 

...ขออนุญาตขีดเส้นใต้และทำตัวหนาตรงส่วนพระราชดำรัสไว้สักหน่อย เพราะเป็นสิ่งจำเป็นขั้นต้นที่พวกเราควรตระหนักและนำมาแก้ไขกับตัวเองให้ได้โดยเร็ว ในส่วนของคนเฝ้าบล็อกแถวนี้เองก็กำลังพยายามออกเสียงคำที่มี ร.เลือ เอ้ย ร.เรือ ให้ชัดเจนทุกทีที่นึกได้ และจะพยายามทำให้ติดเป็นนิสัยให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะแม้แต่ท่านอาจารย์ผุสดี นาวาวิจิตร ยังกล่าวไว้ในการสัมมนาล่ามที่จัดขึ้นโดย สนญ. เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า "ถ้าออกเสียงภาษาแม่ไม่ชัดเจน ก็ไม่มีทางจะออกเสียงภาษาต่างชาติได้อย่างชัดเจนได้" 

...เราจึงควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองอยู่เป็นประจำเพื่อให้ปลอดจากการออกเสียงที่บกพร่อง...เท่าที่จะทำได้...

 

...อีกนิดหนึ่ง...เมื่อกลางวันมีโอกาสได้ไปเฉี่ยวแถบคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เห็นมีการจัดกิจกรรมหมอภาษา(รึเปล่านะ?) ก็เห็นว่าเข้าท่าดี มีการตรวจสอบการออกเสียงคำต่าง ๆ พยัญชนะและวรรณยุกต์เจ้าปัญหาในภาษาไทยที่น่าสนใจ ทำให้เราสัมผัสได้ว่ายังมีกลุ่มคนที่พยายามต่อสู้เพื่อปรับความรู้ความเข้าใจในภาษาไทยให้แก่ผู้คนทั่วไปอยู่เสมอ ๆ ซึ่งทำให้มีกำลังใจอยู่บ้างว่า วัฒนธรรมภาษาบรรลัยที่ถูกใช้กันอย่างไม่รู้กาลเทศะมันจะไม่สามารถสยบภาษาดั้งเดิมอันสละสลวยได้อย่างแน่นอน ... หวังว่า...

 

(...เอ็นทรี่นี้จะไม่พูดถึงวัฒนธรรมภาษาวิบัติ ภาษาบรรลัยทั้งหลายแหล่อีก เพราะมีหลายที่หลายทางและหลายท่านได้กล่าวถึงแล้วกล่าวถึงอีกจนเลี่ยน ขอผ่าน ๆ ...)

 

ยังไงก็แล้วแต่ ภาษาพ่อภาษาแม่ อย่าให้มันกลายพันธุ์กันนักเลย

 

ในการแก้ตัวที่ไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องนั้น...

อาจจะเกี่ยวกับคำว่ามีการศึกษาหรือไม่มีการศึกษาอยู่บ้าง

แต่ถ้าิเริ่มจากการ "สร้างจิตสำนึก" ก่อนก็คงจะดี 

หากมีจิตสำนึก คนที่ไ่ม่มีการศึกษา ก็คงจะพยายามขวนขวายหาทางศึกษาได้เองนั่นแหละ...

 

 

...แต่งกลอนทิ้งท้ายสักหน่อย...

 

 

   ภาษาไทยไม่เหมือนใครในโลกหล้า

เป็นภาษามีลีลาน่าหลงใหล

เป็นภาษาที่บ่งบอกความเป็นไท

เป็นภาษาของคนไทยเพียงชาติเดียว

 

   ทว่าเมื่อถึงกาลปัจจุบัน

คุณค่านั้นใครกันจะแลเหลียว

ใช้ผิดผิดบิดเบือนกันกราวเกรียว

ทั้งยังเที่ยวอวดกร่างอย่างภูมิใจ

 

   ...ว่ากูแนวกูเท่กูบุกเบิก

มาลำิเลิกสอนกูกันอยู่ได้

กูวัยรุ่นกูรุ่นใหม่กูมั่นใจ

กูอยากใช้ฝึกสมองเรื่องของกู

 

   มาจ้ำจี้จ้ำไชอะไรนัก

ภาษาไทยง่ายตายชักกูรู้อยู่

แต่กูเขียนแบบนี้สบายกู

แค่เขียนเล่นประสากูจะเป็นไร

  

   แค่เขียนเล่นแค่นี้ทำเดือดร้อน

บอกไว้ก่อนเขียนถูกต้องกูเขียนได้

อย่าง "จุ๊ฟจุ๊ฟ" "ชิลชิล" หรือ "อะรัย"

เห็นบ้างไหมภาษาไทยกูแม่นยำ

 

   มาบอกว่าเขียนบ่อยจะจำผิด

ฟังดูไร้ความคิดกูอยากขำ

เขียนเล่นกับเขียนจริงคนละคำ

อย่ามาย้ำสอนคำไทยให้กับกู

 

   ...เอาเป็นว่าขอลาไม่ขอเถียง

หัวเริ่มเอียงปากเริ่มเบี้ยวไหล่เริ่มลู่

คอยตะแบงไปข้างข้างคูคู

พี่ขอปล่อยหนูหนูตามเวรกรรม

 

   สำหรับท่านที่ยังมีใจจะคิด

อยากจะขอท่านสักนิดขอกล่าวซ้ำ

คนโบราณสู้พินิจประดิษฐ์คำ

เราอย่าทำท่านชอกช้ำนักเลย

  

   อยากจะเล่นคำแผลงแผลงก็ไม่ห้าม

แต่เจอะใครเล่นเกินงามก็อย่าเฉย

ช่วยกันเตือนถ้าทำได้อย่าให้เคย

เป็นไปได้อย่าละเลยโปรดช่วยกัน

 

   วันที่ยี่สิบเก้ากรกฎา

เป็นวันภาษาไทยจำให้มั่น

อย่างน้อยน้อยวันนี้เพียงหนึ่งวัน

โปรดช่วยกันใช้ภาษาให้น่าชม...

 

 

 

 

 พอแล้ว ทำการบ้านซักทีครับพี่น้อง

ชีวิตป.โทผ่านไปสองเดือน ทำตัวได้น่าโดนรีไทร์เลื้อออเกิน (อ๊ะ ภาษาวิบัติ)

 

เอาล่ะ สุขสันต์วันอังคารบานฉ่ำ

แล้วก็อย่าลืมเหลียวแลวันภาษาไทยแห่งชาติในวันพุธที่จะถึงนี้ด้วยนะคร้าบบบบ (>___<)

 

 

 

 

 

สำหรับสาวกภาษาวิบัติทั้งหลายที่อ่านภาษาไทยข้างต้นแล้วยังไม่เข้าใจ

...อ่านสรุปตรงประโยคต่อไปนี้ก็ได้ครับ...

 

"...วรรณพาซ๋าใทแหฮ่งชาฑ

หช้วยกัญหซะหนัพสนุญพาซ๋าทัยถี้หทูกฏ้อง

ฏ่อต้าณพาซ๋าวิบัฎิษ์กัญเท่อะฮ์... "

 


 

 

 ....ฮึ่ย (=*=)

 

 

 

Recommend