monboy01 View my profile

Diary

วันนี้เป็นบันทึกธรรมดา

posted on 01 Apr 2009 00:18 by monboy01  in Diary

หุหุหุ...

 

วันนี้มีความสุขมากมาย

 

แม้จะไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อกันแน่

 

แต่ก็มีความสุขกับบางเรื่องที่ทุ่มเทเวลาไป

 

มีความสุขกับความสบายใจ

 

มีความสุขกับความไว้วางใจ

 

ไม่เคยเบื่อ และไม่เคยเหนื่อย

 

มีความสุขตลอดเวลากับความรู้สึกวางใจได้

 

เพราะว่าไม่เคยเจ็บ

 

เพราะไม่เคยถูกโกหก

 

และมั่นใจว่าคำสัญญาที่ได้รับจากคนบางคนจะไม่เปลี่ยนแปลงง่าย ๆ

 

ทำให้มีกำลังใจในการที่จะเชื่อมั่นต่อไป

 

ส่วนเรื่องอื่น ๆ ... ก็เป็นไปตามครรลองของมัน

 

ก็จะรอดูมันเป็นไป ...

 

จบการบันทึกแต่เพียงเท่านี้

 

พอดีก่า ...

 

สุขสันต์วันงดสูบบุหรี่โลกนะจ๊ะ (=w=)

คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่

posted on 15 Mar 2009 23:27 by monboy01  in Diary

 

หลังจากทานทนต่อความหิวไม่ไหว

ต้องยอมแพ้ต่อความแสบไส้

จนต้องบังคับตัวเองให้หยิบกุญแจห้องและกระเป๋าสตางค์ไปซื้อ อีซี่-ปี๊บ- มากินสองกล่อง...

 

รายการอาหาร ณ เวลา ยีบสามนาฬิกากว่า ๆ ได้แก่...

 

ข้าวต้มหมู แอนด์ ข้าวแกงเขียวหวานหมู

 

ช่วงนี้ติดข้าวต้มหมู เพราะว่าเวลาหิว ๆ มักชอบซดน้ำร้อน

และน้ำร้อนที่ต้องการก็จะอยู่ตามข้าวต้ม, เกี๊ยวกุ้ง รึไม่ก็ก๊ะเตี๋ยวบะหมี่เกี๊ยวพิเศษ นั่นแล

 

วันนี้ก็เหมือนกับทุกที หลังจากกลับเข้าห้อง ประทับก้นบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน(?)

 

หลังจากถูกกระชากฝาที่ปกปิดเนื้อในออก

ข้าวต้มหมูก็ถูกบูชายัญเกลี้ยงภายในเวลาสามนาที

 

เหยื่อรายต่อมาก็คือข้าวแกงเขียวหวานที่ไม่มีทางสู้ 

 

ผมมองเห็นเหงื่อของแกงเขียวหวานที่หยดเต็มใต้ฝากล่อง

อาจเป็นหยาดเหงื่อจากความตื่นเต้น เครียด และ หวั่นกลัว...

มันคงจะรู้ตัวว่านับจากนี้ไปจะเป็นวาระสุดท้ายของแกงเขียวหวานตัวน้อย ๆ ...

 

ถึงกระนั้นผมก็ยังมุ่งมั่นที่จะเจี๊ยะให้เกลี้ยงอย่างไม่แยแสต่อเสียงอ้อนวอนของเพื่อนร่วมทางของมัน

ที่ประกอบด้วยถุงรีไซเคิล และช้อนพลาสติกในถุงใส

 

กระนั้น...เหมือนเป็นการตอบโต้ก่อนชีวิตจะวางวาย

แกงเขียวหวานปริมาตรไม่เกิน 400 มิลลิลิตรใช้อาวุธเคมีเพื่อโจมตีผู้บริโภคตาตี่ ๆ คนหนึ่ง...

มันแอบทิ้งหยดไว้หยดนึงบนโต๊ะ...และในหยดแกงเพียงหนึ่งหยดนั้น...มัน...มัน...มันมีกลิ่นแกง... -*-

เป็นกลิ่นแกงที่หอมหวนชวนกิน...ราวกับจะเร่งให้ผมสวาปามมันให้เร็วยิ่งขึ้น

...แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น และน่าจะเป็นเป้าหมายในการทิ้งบอมบ์น้ำแกงนั่นก็คือ...

กลิ่นของน้ำแกงเขียวหวานอีซี่-ปี๊บ-นั้น...

...มันกลับทำให้ผมนึกถึงรสชาติแกงที่บ้านตัวเอง

แกงที่แม่ผมเป็นคนทำ

...แค่กลิ่นแกงหยดเดียวเองนะเนี่ย -*-

 

เวลาที่อยู่บ้าน

บ่อยครั้งที่ผมจะใช้กาละมังขนาด XL ตักข้าวและกับข้าวมาจองจำไว้ด้วยกัน

ด้วยปริมาณที่เหมือนกินกันสองคนครึ่ง...

 

กับข้าวที่ถูกเสกขึ้นมาด้วยเวทย์มนต์ปลายตะหลิวและทัพพีของแม่ช่างแสนอร่อย

แม่จะทำกับข้าวอะไรก็ตาม จะทำทีละเยอะ ๆ อย่างน้อยก็ให้พอสำหรับสามมื้อ

 

อยากกินอะไร บอกแม่ ในบรรดาอาหารคาว ถ้าไม่ใช่อาหารต่างชาติ แม่ทำได้เกือบหมด

(แต่แม่ก็ทำอาหารต่างชาติเป็นนะ อย่างน้ำยาขนมจีน แม่ก็ทำได้นะเออ - -+ )

 

ไม่ว่าจะเป็น...แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ ข้าวคลุกผัดกะเพราปลาหมึก ต้มเค็ม แกงส้มดอกแค ต้มยำปลาหมอ ยำปลากระป๋อง ผัดถั่วงอก ต้มยำกุ้ง กุ้งเผา หมูมะนาว พะโล้หมู ข้าวมันไก่ ทอดมันปลากราย ต้มจืดเต้าหู้ บะช่อหมูตำลึง บะช่อหมูถั่วงอก น้ำพริกกะปิ ต้มยำปลาย่าง แกงหน่อไม้ดอง จับฉ่าย ต้มเลือดหมู ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ข้าวผัดไข่ ต้มยำปลากระป๋อง ผัดผักรวม เห็ดฟางผัดน้ำมันหอย (หรือเห็ดโคนหว่า -*- ) ไข่ลูกเขย ไข่ตุ๋น ปลาร้า แกงหมูเทโพ กุ้งชุบแป้งทอด ปลาหมึกย่าง ต้มยำขาหมู ...

 

ฯลฯ และ ฯลฯ

 

นี่ลองนั่งนึกดูว่าเคยกินอะไรฝีมือแม่มั่ง

เยอะมาก จำไม่หวาดไม่ไหว ให้นึกต่อ ก็นึกได้เรื่อย ๆ 

 

ขนาดเพิ่งโทรคุยกะแม่ตะกี้แท้ ๆ ...

 

...คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่นะเนี่ย  (TAT)

 

ไอ้แกงเขียวหวานอีซี่-ปี๊บ-

จำไว้เลย

 

กะลังมึน ๆ ไม่มีเรื่องอัพบล็อก

เลยต้องกินไปอัพไป

เพราะน้ำแกงหยดเดียวแท้ ๆ (TAT)

 

 

ปล.กินเกลี้ยงไปตั้งนานแล้ว ป่านนี้วิญญาณแกงเขียวหวานคงไปเกิดใหม่แล้วล่ะ -*-

 

คำเตือน!! เอ็นทรี่นี้ยาวเป็นพรืดยังกะรายจ่ายในแต่ละเดือนดังที่ตาท่านกำลังมองเห็น...แต่หากอดทนอ่านจนจบสักนิด...

ท่านก็จะได้ข้อคิดไปเตือนใจสักข้อ...ว่า.......ท่านคิดผิดที่ตัดสินใจอ่าน...เสียเวลาแท้ ๆ .....55555)

 

ไม่มีอาไรหรอกครับ...เห็นบล็อกนิ่งสนิทสถิตย์อยู่กับที่มาสองวัน...กลัวมดขึ้น เพราะเอ็นทรี่เก่าอุดม C6H12O6 ซะเหลือเกิน... - -

เลยเอาเรื่องเหล้า...เอ้ย...เล่าเช้านี้มาเขียนยัด ๆ เข้าไป เพียงให้ได้ชื่อว่าอัพ...(อืม...ความมักง่ายมันเป็นเช่นนี้นี่เอง...)

 

สืบเนื่องจากที่ผมใช้วันเสาร์ที่ผ่านมาไปกับการไปป็นปรสิตครอบครัวแฟนอยู่ที่ชลบุรีทั้งวัน ส่วนวันอาทิตย์ก็เที่ยวศรีราชากับเพื่อนบังเกิดเกล้าที่แวะมาเยี่ยม...หมดไปอีกหนึ่่งวัน (มันมาค้างตั้งกะคืนวันเสาร์...ซึ่งอาจทำให้แฟนผมจับ...เอ้ย...คิดได้ว่าผมเป็นเกย์...เพราะเพื่อนมานเปนเพื่อนผู้ชาย -*- เอาฟระ...ยังไงก็ดีกว่าเพื่อนผู้หญิงมาค้างแหละน่ะ) ทำให้งานแปลที่ดองไว้จนฟองเริ่มขึ้นเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในจิตใต้สำนึก...จนทนไม่ไหว เย็นวันอาทิตย์ก็ไปซื้อกาแฟเซเว่นแก้วใหญ่ซะหนึ่งแก้ว...โด๊ปยกแรก...นั่งเขี่ย ๆ แปลงานมั่งอู้มั่งจนถึงสี่ทุ่ม ก็ลงไปซื้อข้าวผัดรวมมิตรไข่ดาวกะหมี่ขาวน้ำตกรวมกะกาแฟเซเว่นมาอีกแก้ว...โด๊ปยกสอง...(ไม่นับโค้กที่ซื้อเมื่อคืนวันเสาร์อีกหนึ่งขวด)

จากปฏิกิริยาเคมีของสารตั้งต้นทั้งหลายแหล่ที่ยัดทะนานเข้าไปไว้ในกระเพาะ ทำให้ผมสามารถนั่งทำงานไปโยกไปด้วยความเมามึน...ไม่ใช่เมามัน...เพราะยังไงมันก็ง่วงอยู่ดี...-*-

จนในที่สุดเวลาล่วงไปถึงตีสาม...และเกือบ ๆ ตีสี่...

ผมค่อย ๆ เอนกายลง...บนเตียงที่นั่งทำงานหลังงอมาเป็นเวลานานเพื่อบรรเทาความปวดเมื่อย...จนในที่สุด...หนังตาตี่ ๆ ที่ฝืนเปิดไว้ตั้งนานเนนมก็เริ่มปิดลง...

.....ไม่ถึงสิบนาทีผ่านไป...ผมลืมตาตื่นขึ้นมา...มองเห็นห้องตัวเองอยู่ในสภาพปกติ...ทว่า...ขยับตัวไม่ได้...แต่รู้ตัวว่าต้องลุกไปทำงานต่อ...

และแล้วผมก็ได้ยินเสียงเรียก...

 

(จำได้คร่าว ๆ )

..."เฮ้ย เอ้ หลับอีกแล้วเหรอ ไม่ไหวเลยนะ"...

..."ลุกได้แล้ว เร็วๆๆๆ ตื่นๆๆ"...

เป็นเพียงไม่กี่ข้อความสั้น ๆ ที่ดังใส่หูผมตลอดเวลาที่ผมนอนลืมตาปริบ ๆ เพราะขยับตัวไม่ได้

เมื่อเสียงนั้นเงียบไป ผมพยายามมองหาต้นเสียง เนื่องจากขยับตัวไม่ได้...จึงทำได้แค่กลอกตามองไปรอบ ๆ เพราะคิดว่าอาจจะมองเห็นต้นเสียง ผสมกับความรู้สึกลึก ๆ ในใจว่า...กูไม่อยากเห็น...โชคดีที่ความรู้สึกฝ่ายหลังชนะ...ผมเลยไม่เห็นอะไร...

ในที่สุดผมก็ขยับตัวลุกขึ้นมาจนได้...และนั่งทำงานต่อ...จนเ้ช้า...ก็ถ่างตามานั่งอัพบล็อกแก้ง่วงเนี่ยแหละ...

 

ตกลงเสียงที่ผมได้ยินเป็นเสียงใครเหรอครับ? ผมมีเพื่อนอยู่ในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่?

หรือจะเป็นเสียงของเพื่อนผมกลับไปแล้วที่ผมฝันถึงมันตอนผล็อยหลับ... แต่เป็นเพียงเสียงที่มันตกค้างมาถึงตอนที่ผมลืมตา...แต่นั่นก็ไม่ใช่เสียงมันนะ...

 

สิ่งที่ผมคิดก็คือ อาจเป็นเสียงของตัวผมในจิตใต้สำนึกก็ได้...เป็นจิตใต้สำนึกที่ส่งเสียงเตือนผม พูดกับผมขณะนอนลืมตาครึ่งหลับครึ่งตื่น...นั่นน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด...

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็แสดงว่ามีตัวผมอีกคนอยู่น่ะสิ...แบบ Doctor K อะ... - -

 

ถ้างั้น...จะำทำยังไงถึงจะคุยกันได้ล่ะ...

 

หรือผมคิดผิด...

หรือผมเจอวิญญาณ...

หรือเป็นเสียงของโดราเอมอนที่แอบดูแลผมอยู่เงียบ ๆ

หรือ หรือ หรือ หรือ ฯลฯ...

 

ใครเคยเป็นแบบผมมั้ยครับ...?

 

 

ปล.ถึงปอ ไม่ต้องเปนห่วง...เด๋วพี่งดกาแฟอีกอาทิตย์นึงเรยนะ...เมื่อวานก็กินไม่หมดด้วยอ่า...กัวตาย - -

 

ปล.2 แถมสาระต่อท้ายความไม่มีสาระ เผื่อใครอ่านข้ามจะได้เอาสาระไปเลยหมดเรื่องหมดราว...

ไม่ได้นอนทั้งคืน - 徹夜をする (てつやをする)

ครึ่งหลับครึ่งตื่น - 夢うつつ   (ゆめうつつ)

จิตใต้สำนึก - 潜在      (せんざい)

จิตไม่สำนึก - เจ้าของบล็อก... -*-

 

 

พอละ ไปทำงานดีก่า...

 

ขอให้มีความสุขในการเรียน การทำงาน การดำรงชีวิตกันทุก ๆ คนนะครับ ^^

 

แว้บ... - -

 

 

 

Recommend