monboy01 View my profile

I-Think

ว่าด้วยวรรณะต่าง ๆ ใน MSN

posted on 16 Oct 2009 14:43 by monboy01  in I-Think

 

 

แถลงการณ์...

 

จากการวิจัยโดยสถาบัน MOE (Monboy01’s Online research Edition)

 พบว่ายังมีการแบ่งแยกชั้นวรรณะอย่างชัดเจนในประเทศ MSN

โดยจะมีการแบ่งแยกเป็นสี ๆ และมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ภราดร+นาตาลีภาพ ดังต่อไปนี้...

 

 

ว่าด้วยวรรณะต่าง ๆ ใน MSN

 

วรรณะที่ 1 วรรณะ Offline

สีประจำวรรณะ ... สีเทาออกดำ ๆ

 

ลักษณะของคนในวรรณะ ...จะถูกกระทำเหมือนคนไม่มีตัวตน ชวนใครคุยก็ไม่มีใครคุยด้วย ถูกเหยียดหยามเหมือนเป็นอากาศธาตุ ปกติเป็นวรรณะที่ไม่มีปากเสียง มักถูกด่าหรือถูกพูดใส่อยู่ข้างเดียว คนในวรรณะนี้หลาย ๆ คนมักไม่ได้อยากเกิดมาอยู่ในวรรณะนี้ แต่บางคนก็ชอบที่จะทำตัวกลมกลืนไปอยู่ในวรรณะนี้ เพราะเจ้าหนี้หรือคู่กรณีมักจะหาตัวไม่เจอ เพราะเห็นเป็นออฟไลน์ แต่ทั้ง ๆ ที่ตัวเองแฝงอยู่ในวรรณะออฟไลน์ กลับสะกิดทักเพื่อนยิก ๆ ก็มี

 

ปมด้อยของวรรณะ ... บางครั้งอุตส่าห์ไปชวนเพื่อนคุย เพื่อนก็หาว่าเป็นผี หรือนึกว่าข้อความที่ส่งมาเป็น Dying Message เพราะพอคลิกไปดู ตัวคนส่งก็เป็นสีดำไปซะแล้ว เลยไม่กล้าตอบกลับ ทั้งการตอบกลับคนที่อยู่ในวรรณะออฟไลน์จะยิ่งทำให้พวกออฟไลน์เทียมเกิดความเคยตัว ไม่ยอมกลับมาอยู่ในวรรณะตัวเอง จึงทำให้วรรณะนี้ไม่ค่อยมีคนอยากคุยด้วย

 

ปมเด่นของวรรณะ ... เป็นวรรณะนินจา มีวิชานินจาสืบทอดมาหลายชั่วโคตร สามารถชวนคุยหรือด่าแล้วหนีได้อย่างแนบเนียน จริง ๆ ก็นั่งอยู่หน้าจอ แต่หลอกด่าชาวบ้านฟรี เค้าก็นึกว่าเป็นวรรณะออฟไลน์ เลยไม่โต้ตอบ อีกทั้ง วรรณะนี้ยังมีระบบป้องกันไวรัส Nudge ได้อย่างชะงัด ไม่มีใครสามารถแพร่ไวรัส Nudge ใส่ได้ เพราะถ้าใครกด Nudge ใส่วรรณะนี้ จะมีข้อความจากทางการขึ้นมาเตือนทันที ว่าเป็นวรรณะออฟไลน์ Nudge ไม่ได้ โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด เปลี่ยนแปลงกฏหมายใหม่ ทำให้ปุ่ม Nudge ตรงหน้าต่างที่ใช้ปฏิสัมพันธ์กับวรรณะออฟไลน์กลายเป็นสีเทาและไม่สามารถกดได้โดยอัตโนมัติ

...แต่ถึงกระนั้น วรรณะออฟไลน์กลับเขย่าชาวบ้านได้ เล้ว...เลว (=*=)

 

 

วรรณะที่ 2 วรรณะออนไลน์ผ่านมือถือ

สีประจำวรรณะ ... สีเขียว (แต่จะมีการแปะข้อความประจำตัวไว้เพื่อบ่งบอกว่าเป็นวรรณะมือถือ)

 

ลักษณะของคนในวรรณะ ...เป็นวรรณะที่ไม่ค่อยมีปากเสียงในสังคม พูดน้อย และมักพูดเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่พูดไปเรื่อย รู้จักประหยัดถ้อยคำ

 

ปมด้อยของวรรณะ ... เพราะความเป็นวรรณะที่อาศัยอยู่ในมือถือเป็นหลัก มักเถียงใครไม่ค่อยทัน ความเร็วในการส่งข้อความไม่รัวยิกๆๆๆๆๆๆๆเหมือนวรรณะอื่น ๆ แม้กระทั่งวรรณะออฟไลน์ยังสามารถส่งข้อความได้เร็วกว่า และเป็นวรรณะที่น่าจะไม่ค่อยมีคนชวนคุย ด้วยความสงสารว่าอาจจะลำบากในการโต้ตอบกลับ ทำให้วรรณะนี้มีการปฏิสัมพันธ์กับวรรณะอื่น ๆ หรือแม้แต่วรรณะเดียวกันค่อนข้างน้อย ยกเว้นประชากรในวรรณะนี้บางคนที่มีฐานะดี อาจสามารถไปสถิตอยู่ในมือถือรุ่นที่มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ให้รัวยิกๆๆๆๆ ได้ดีกว่ามือถือรุ่นจอสีบุกเบิกทั่ว ๆ ไป(แถมเน็ตอาจยังเป็นแค่ GPRS)

 

ปมเด่นของวรรณะ ... รวย ... เพราะถ้าไม่รวยคงไม่มีปัญญาซื้อมือถือหรู ๆ มาสถิตได้แน่นอน แถมยังต้องจ่ายค่าเน็ตอีก...สรุปว่ารวย

 

 

วรรณะที่ 3 วรรณะเว็บเมสเซนเจอร์

สีประจำวรรณะ ... สีเขียว (แต่จะมีการแปะข้อความประจำตัวไว้เพื่อบ่งบอกว่าเป็นวรรณะเมสเซนเจอร์)

ลักษณะของคนในวรรณะ ...มีบ้านอยู่หลายที่ เป็นวรรณะที่มีความกว้างขวาง ไปอยู่บ้านโน้นบ้านนี้ได้เรื่อย ๆ ไม่ยึดติด คล้าย ๆ เป็นวรรณะยิปซี เร่ร่อนไปทั่ว

 

ปมด้อยของวรรณะ ... เป็นวรรณะที่ตะเกียกตะกายตัวเองขึ้นมาเพื่อให้อยู่ในสังคมได้เป็นปกติและเสมอภาคเช่นเดียวกับวรรณะอื่น ๆ โดยเฉพาะวรรณะออนไลน์ ทว่าจากการที่มีที่สถิตไปเป็นหลักแหล่ง เดี๋ยวไปอยู่เว็บโน้น เดี๋ยวโผล่มาจากเว็บนี้ ทำให้ไม่สามารถมีรูปประจำตัวเป็นของตัวเองได้ หรือถ้ามีได้ก็มักมีปัญหามา ๆ หาย ๆ รวมไปถึงบางเว็บยังไม่มีใบอนุญาตแพร่เชื้อ Nudge ซะด้วยซ้ำ นอกจากนี้ วรรณะนี้ยังมีปัญหาอีกปัญหาหนึ่งคือ มักจะถูกปลดเป็นวรรณะออฟไลน์โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากความมั่นคงของเว็บที่สิงสถิตไม่เสถียรนั่นเอง แถมบางที่นอกจากไม่เสถียรแล้ว ยังทะลึ่งโฆษณาเว็บตัวเองให้คนหลงเข้าไปใช้อีกต่างหาก ด้วยปมด้อยที่กล่าวมานี้ ทำให้วรรณะนี้ถูกมองว่าเป็นวรรณะกลาง ๆ ไม่สูงมาก และไม่ต่ำมาก

 

ปมเด่นของวรรณะ ... สามารถไปโผล่ได้จากหลาย ๆ ที่ ประหนึ่งขอมดำดิน บางทีก็อยู่เว็บโน้น บางทีก็อยู่เว็บนี้ มีความคล่องตัวสูง เป็นวรรณะหัวหมอที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้แม้แต่จากที่ทำงานที่ไม่อนุมัติวีซ่าเข้า MSN ก็ตาม

 

 

วรรณะที่ 4 วรรณะออนไลน์

สีประจำวรรณะ ... สีเขียว

 

ลักษณะของคนในวรรณะ ...ช่างเจรจา พูดคุยได้น้ำไหลไฟดับ คุยได้ทั้งวัน บางทีไม่มีอะไรทำก็นั่งส่ง Nudge, Wink, Emoticon ไปทั่ว ไม่งั้นก็หาลิงค์จากที่โน่นที่นี่มาแปะให้เพื่อนวรรณะอื่น ๆ หรือวรรณะเดียวกันดู หรือบางทีก็หัดวาดรูปในนี้ไปด้วยเลย...

 

ปมด้อยของวรรณะ ... คนที่เกิดในวรรณะนี้มักถูกมองว่าว่าง หรือ อู้งาน ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ วรรณะนี้อาจจะไม่มีงานทำจริง ๆ ก็ได้ ดีไม่ดีอาจจะกำลังตกงานอยู่ด้วยซ้ำ (อ้าว) วรรณะออนไลน์เป็นวรรณะที่มีภูมิต้านทานต่อไวรัส Nudge ต่ำมาก เมื่อได้รับไวรัส Nudge เข้าไป ก็จะมีอาการตัวสั่น ลืมสิ่งที่กำลังทำไปชั่วขณะ แถมยังปิดหน้าจอทำงานอื่น ๆ มาเหลือแต่หน้าจอ MSN อย่างเดียวอีกต่างหาก ทำให้บางครั้ง เวลาที่วรรณะออนไลน์กำลังทำงานอื่น ๆ อยู่ เพื่อนดันส่งไวรัส Nudge เข้ามาตอนเจ้านายเดินผ่าน ก็จะทำให้หน้างานหายไป เหลือแต่หน้า MSN ให้เจ้านายเห็นเป็นสิริมงคล วรรณะออนไลน์ก็อาจจะตกเป็นวรรณะออฟไลน์จนกว่าจะหางานใหม่เจอก็เป็นได้...พูดง่าย ๆ คือ วรรณะออนไลน์เป็นวรรณะที่แพ้ไวรัส Nudge มากที่สุด ทำให้ประชากรในวรรณะนี้มีไม่มากนัก

 

ปมเด่นของวรรณะ ... สามารถรับไฟล์ รูปภาพต่าง ๆ ได้ ไม่เหมือนวรรณะออนไลน์ผ่านมือถือ วรรณะออนไลน์ผ่านเว็บเมสเซนเจอร์ และวรรณะออฟไลน์ อีกทั้งยังดูเป็นคนเปิดเผย ไม่ปิดกั้นตัวเอง ใคร ๆ ก็มักเข้ามาทัก เข้ามาชวนคุย หรือแม้กระทั่งส่งไวรัส Nudge อยู่บ่อย ๆ (=___=”)

 

 

วรรณะที่ 5 วรรณะอเวย์

สีประจำวรรณะ ... สีเหลืองยังกะจีวร

 

ลักษณะของคนในวรรณะ ...เป็นวรรณะปลีกวิเวก ต้องการความสงบ ไม่สุงสิง ไม่ยุ่งกับใคร วรรณะนี้มักจะไปที่อื่นอยู่บ่อย ๆ อยู่ไม่ติดที่ เวลาใครถามไม่ตอบ แต่มักจะเป็นฝ่ายทักคนอื่นอยู่เสมอ คนวรรณะอื่น ๆ จึงมักสงสัยว่า วรรณะนี้ไม่อยู่แท้ ๆ แล้วหมูตัวไหนมานั่งคุยกะตูอยู่ฟะ (=*=)

 

ปมด้อยของวรรณะ ... มักถูกแอบอ้างได้ง่าย เพราะด้วยความที่วรรณะอเวย์มักอยู่ไม่ติดที่ ทำให้อาจมีผู้ไม่หวังดีมาแอบอ้างใช้บัตรประจำตัวและรหัสประชากรที่ตนได้ลงทะเบียนไว้ในการหลีสาวหรือสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของบัตรประจำตัวและรหัสประชากรนั้น ๆ  

 

ปมเด่นของวรรณะ ... เป็นวรรณะเสรี เปิดรับประชากรจากวรรณะอื่นแทบทุกวรรณะ (ยกเว้นวรรณะออฟไลน์) เข้ามาเป็นประชากรวรรณะตนได้อย่างไม่กัดกิน เอ้ย กีดกัน ขอเพียงแค่วรรณะนั้น ๆ หยุดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเพียงไม่กี่นาที ก็จะถูกลากเข้าวัดห่มจีวรให้กลายเป็นผู้ปลีกวิเวก มีสีเหลือง และแขวนป้ายเป็นวรรณะอเวย์(แถมด้วยวงเล็บว่า”อัตโนมัติ”) ให้อีกต่างหาก จึงนับว่าเป็นวรรณะที่มีประชากรอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

วรรณะที่ 6 วรรณะบิ๊วซี่

สีประจำวรรณะ ... สีแดง

 

ลักษณะของคนในวรรณะ ... เป็นวรรณะที่ผู้คนมักเกรงอกเกรงใจ ด้วยความที่เป็นคนเอาการเอางาน ทำงานตัวเป็นขน จนไม่มีเวลาคุยกับคนอื่น ใครส่งไวรัส Nudge ให้ก็ไม่สะเทือน แถมไม่มีเสียงดังฟ้องเจ้านายเวลามีคนส่งข้อความมา จัดว่าเป็นวรรณะที่มีความเสี่ยงในชีวิตการทำงานน้อยกว่าวรรณะอื่น ๆ

 

ปมด้อยของวรรณะ ... ถูกหาว่า หยิ่ง ไม่ค่อยมีเพื่อน คนไม่อยากคุยด้วย เพราะเกรงว่าวรรณะนี้จะเสียการเสียงาน ทั้ง ๆ ที่บางคนอาจเข้ามาอยู่ในวรรณะ Busy เพราะกำลังเปิดดูหนังแบบเต็มจออยู่ก็เป็นได้ (= =) นอกจากนี้ ทั้ง ๆ ที่ชื่อวรรณะบิ๊วซี่ แปลว่า ยุ่ง แต่มักจะถูกใส่ร้ายป้ายสีจากวรรณะอื่น ๆ ว่า แกล้งทำเป็นยุ่ง หรือไม่ก็ถูกมองว่าเป็นวรรณะยากจน มีคอมพ์เก่า ๆ โดนไวรัส Nudge เขย่าแล้วคอมพ์จะกระตุก จึงต้องแสร้งทำตัวเป็นวรรณะบิ๊วซี่ซะอย่างนั้น

 

ปมเด่นของวรรณะ ... มีอภิสิทธิ์ มีอำนาจบาตรใหญ่ สามารถทักคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่วรรณะเดียวกับตนได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ (ยกเว้นวรรณะออฟไลน์ เพราะอันนั้นเค้าเป็นนินจา) เพราะไม่มีวรรณะไหนจะยุ่งเท่ากับวรรณะตัวเองอีกแล้ว ทั้งยังสามารถส่งไวรัส Nudge ไปเขย่าชาวบ้านได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าคอมพ์ตัวเองจะกระตุกหรืออืด เพราะมันไม่สะเทือน คนในวรรณะนี้บางรายถึงกับไปซื้อเครื่องแพร่เชื้อ Nudge แบบผิดกฏหมายที่ชื่อว่า Nudgemania 4.0 มาใช้สำหรับเขย่าชาวบ้านแบบนันสต็อปกันเลยทีเดียว (ตามปกติรัฐจะจำกัดการแพร่เชื้อไม่ให้ต่อเนื่องกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการตกงานของชาววรรณะออนไลน์) แถมเวลาคุยกับคนอื่น ๆ ก็ไม่มีเสียงข้อความต่าง ๆ หรือ Pop-up มากวนใจ ทำให้ลดโอกาสที่จะตกงานไปเป็นวรรณะออฟไลน์ไปได้อีกโข


 

นอกจากนี้ ในประเทศ MSN ยังมีบันทึกเกี่ยวกับวรรณะที่สูญพันธุ์ไปแล้วหลงเหลืออยู่บางส่วน ดังนี้

 

วรรณะที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

1. วรรณะพักกลางวัน

สีประจำวรรณะ ... สีเขียว

 

ปมด้อยของวรรณะ ... ยากจน ในแต่ละวันจะได้กินข้าวแค่มื้อเดียว คือ มื้อกลางวัน มื้ออื่นไม่ยอมกิน ถ้าไม่จนก็ร่างกายมีปัญหา...สันนิษฐานว่าการทะลึ่งกินแค่มื้อเดียวทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่พระแบบนี้เป็นสาเหตุทำให้วรรณะนี้สูญพันธุ์ไปในที่สุด

 

ปมเด่นของวรรณะ ... สามารถคุยระหว่างกินข้าวได้ ถึงแม้จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีก็ตาม

 

 

2. วรรณะติดสาย

สีประจำวรรณะ ... สีเขียว

 

ปมด้อยของวรรณะ ... เป็นวรรณะที่มีผู้สืบเชื้อสายน้อยมาก จนสูญพันธุ์ไปเอง อาจเป็นเพราะไม่ได้สวัสดิการที่โดดเด่นจากวรรณะอื่น ๆ มากนัก พูดง่าย ๆ ก็คือ มีวรรณะนี้มาทำไมก็ไม่รู้ เลยหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างเงียบ ๆ บางทฤษฎีก็เชื่อกันว่าเป็นบรรพบุรุษของวรรณะออนไลน์ผ่านมือถือ เพราะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน คือ โทรศัพท์ แต่ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์แน่ชัด

 

ปมเด่นของวรรณะ ... มีโทรศัพท์ใช้ รวยอีกแล้ว

 

 

3. วรรณะอื่น ๆ ...

 

 

หมายเหตุ...ปัจจุบันประเทศ MSN ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นประเทศ Windows Live Messenger (คนส่งเอกสารอาศัยอยู่ที่หน้าต่าง) ไปเรียบร้อยโรงเรียนเอ็มไปแล้ว (แถมยังบังคับให้ประชาชนขึ้นทะเบียนกันใหม่อีกรอบ ไม่งั้นเข้าอาณาจักรไม่ได้) แต่ในเอกสารฉบับนี้ยังยึดตามชื่อเดิมเพื่อผู้อ่านที่ยังไม่ชินกับชื่อใหม่ ... ก็สมัยนี้ ใคร ๆ ก็ยังพูดว่า “เล่นเอ็ม” กันอยู่เลยนี่นา...

 

 

...แล้วคุณล่ะ อยู่วรรณะไหน? (=w=)?

 

 

 

วงกตมนุษย์

posted on 19 May 2009 22:19 by monboy01  in I-Think

 

 
 
เรื่องของเรื่องคืองานค้างบานเบอะ ยังไม่เสร็จ
แต่แอบเสด็จมาอู้งานนิดหน่อย ให้สมองได้พักผ่อน(?)บ้าง
อ่านพอขำ ๆ อย่าซีเรียสนะจ๊ะ
 
 
 
 
 

 

 

เส้นทางวก เวียนวน บนเบื้องหน้า

เท้าซ้ายขวา จะพา ไปทางไหน

ปราสาทหลัง สูงเด่น เป็นเส้นชัย

คอยมุ่งมอง หมายไป ไม่วางตา

 

มีทางนับ ร้อยพัน ซ้อนกันอยู่

เพียงหนึ่งเดียว มุ่งสู่ ยอดภูผา

มีทั้งผู้ หลงไป ในมายา

และผู้รู้ มรรคา ที่ควรไป

 

บ้างพอพบ ทางตรง ก็หลงผิด

ด้วยไปคิด มั่นคง ไม่สงสัย

ว่าทางนี้ จักนำ สู่เส้นชัย

จึงไม่คลาง แคลงใจ ใดใดเลย

 

บ้างพบทาง ถูกต้อง แต่คดเคี้ยว

มีทางเลี้ยว มากมาย ก็เมินเฉย

เพราะเห็นว่า ทางคด จึงละเลย

ไม่สบาย เสบย เท่าทางตรง

 

เป็นมนุษย์ สุดกู่ รู้ทุกอย่าง

แต่เส้นทาง ชีวิต กลับเดินหลง

เพราะยึดความ คิดตัว เป็นมั่นคง

แม้เดินหลง ก็ทะนง ว่าตรงทาง

 

พอคนอื่น เลือกทาง ต่างจากตน

หมู่มนุษย์ บางคน ก็ขัดขวาง

บังคับให้ ทุกคน เดินร่วมทาง

ทั้งอ้างทาง อื่นนั้น มันไม่ดี

 

แค่เลือกทาง ต่างกัน มันยังยุ่ง

เพราะต่างมุ่ง ยึดมั่น กันเต็มที่

ทั้งซ้ายขวา หน้าหลัง ทางมากมี

หลายคดี หลายคน บนหลายทาง

 

 ก่อนจะนำ ผู้อื่น ฝืนใจเขา
 
ดูตัวเรา เสียก่อน เป็นไงบ้าง
 
จะทางไหน ขวาซ้าย หรือสายกลาง
 
เราเลือกเดิน ถูกทาง บ้างหรือยัง

 

"มนุษย์" นี้ ชี้บ่ง ที่ตรงไหน

เป็น "มนุษย์" มิใช่ เพราะไร้หาง

แต่ "มนุษย์" มี "ปัญญา" คอยนำทาง

 ส่องสว่าง ด้วยประทีบ แห่งปัญญา

 

มี "ปัญญา" แล้วใช้ จึงเข้าที

หาก "ไม่มี" ควรรีบ เร่งศึกษา

 อย่าปล่อยให้ "มืดบอด" ตลอดเวลา

จงเสริมสร้าง "ปัญญา" มาส่องทาง

 

จากนั้นจึง ใช้"ปัญญา" เพื่อคนอื่น

ปลุึกคน"หลับ" ให้"ตื่น" เหมือนเราบ้าง

หากตนเอง ยังมืด ไม่รู้ทาง

จะไปเจอ แสงสว่าง ได้อย่างไร

 

กำจัดความ "ไ่ม่รู้" "ความหลงผิด"

ให้สูญสิ้น หมดฤทธิ์ ให้จงได้

พร้อมบ่มเพาะ "ความรู้" "ความเข้าใจ"

แล้วแบ่งปัน ออกไป ให้ทั่วกัน

 

เพื่อให้ถึง จุดหมาย ท้ายที่สุด

ในชีวิต มนุษย์ ทุกชนชั้น

จุดหมายที่ มีคุณ อเนกอนันต์

แล้วเจอกัน ที่นั่น สักวันนึง

 

 

 

อ่านถึงตรงนี้ใครงงยกมือขึ้น คนแต่งเองยังงงเลย แฮ่แฮ่แฮ่

 

ก็บอกแล้วว่าอ่าน ๆ ไปเถอะ อย่าคิดมาก (ตามคอนเซปต์ของบล็อกนี้เด๊ะ)

 

ว่าแล้วก็ไปอาบน้ำเตรียมทำงานต่อละครับ เที่ยงคืนแย้ว

 

 

สุขสันต์คืนวันอังคารบานเบอะนะครับ (=w=)

 

 ปล.ภาพประกอบนี่ไปขโมยเค้ามา เอามาเป็นโจทย์ + แรงบันดาลใจในการเขียน

 อย่าว่ากันนะก๊าบ (T^T)

 

 

 

 

 

 

 

...น้ำตาตุ๊กตาไทย...

posted on 06 Apr 2009 01:53 by monboy01  in I-Think

 

 

( ๑.๕๕ น. หนนี้อุตส่าห์ถ่อมาเขียนที่เชียงราย นาน ๆ จะได้ร่อนขึ้นมาเยี่ยมบ้านเก่าอีกบ้านหนึ่งซะที ... )

เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้มาเชียงราย พี่สาวก็เลยพาไปตลาดนัดคนเดิน (คล้าย ๆ ถนนคนเดินที่เชียงใหม่)

ระหว่างเดินดูของหลากหลายอย่าง ได้เห็นสินค้าทำมือภูมิปัญญาชาวบ้านหลากหลายชิ้น

เห็นแล้วแสนจะชื่นใจในความคิดและฝีมือของคนชาติเดียวกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า

กระเป๋า ของเล่นเด็ก เครื่องจักรสาน หรือแม้แต่ไปรษณียบัตรจากรูปถ่ายสวย ๆ ก็ตาม

นอกจากนั้นก็ยังมีอีกเยอะแยะมากมาย...และหนึ่งในสินค้าทำมือหลาย ๆ อย่างที่ผมเห็นนั้นยังมี

...ตุ๊กตาแกะสลัก...

เป็นตุ๊กตาแกะสลักด้วยไม้ตัวเล็ก ๆ เยอะแยะ

(ที่จริงผมชอบเรียกตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ แบบนี้ว่า "ตุ๊กตุ่น" จนคุ้นปาก แต่เหมือนจะไม่มีใครเขาใช้กัน

  แถมยังดูจะเป็นศัพท์แบบ "พจนานุกู" อีกด้วย เพราะงั้นขอเก็บไว้ใช้คนเดียวดีกว่า)

 

...ทันทีที่เห็นตุ๊กตาแกะสลักนั่น ผมกลับนึกประหวัดไปถึงตุ๊กตาเมืองนอกที่กำลังเป็นที่นิยม

ในกลุ่มผู้มีอันจะเหลือกินในช่วงที่ผ่านมา (หรืออาจนิยมกันมานานแล้ว แต่ผมเพิ่งรู้) 

แม้แต่ดาราก็ยังนิยมกันอย่างมาก อุ้มถ่ายรูปด้วยก็เยอะ

(ผู้มีอันจะเหลือกิน เป็นขั้นกว่าของคำว่า ผู้มีอันจะกิน...เพราะสำหรับผม ถ้าบอกว่า ผู้มีอันจะกิน

ในความหมายส่วนตัวผมคิดว่าหมายถึงคนที่มีพอกินเท่านั้น...แต่อย่างผม ต้องเป็นผู้เกือบไม่มีอะไรจะกิน ฮ่า)

 ซึ่งผมคิดว่าหลายท่านคงรู้จักดีอยู่แล้วกับตุ๊กตา Blythe ที่ตาโต ๆ แบ๊ว ๆ นั่นเอง 

(หากใครยังไม่รู้จัก แนะนำอ่านเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของคุณ Rinna ตรงส่วนของตุ๊กตา Blythe

ได้เลยนะครับ...คือผมก็เคยเห็นบล็อกเกี่ยวกับหนู Blythe เยอะ ๆ หน่อยก็ที่นี่ที่เดีียวน่ะครับ)

 

 

แล้วก็เกิดประโยคปุจฉาขึ้นมาในหัว และก็นำมาคุยกับพี่สาวที่เดินอยู่ใกล้ ๆ กัน

หนึ่งในคำถามที่ผมถามพี่ไป ณ เวลานั้น ก็คือ

 

"เราจะได้เห็นตุ๊กตาไทยในราคาเป็นหมื่นบ้างรึเปล่า?" 

 

...ที่จริงแล้ว ผมเองก็คิดว่ามีอยู่แล้วล่ะ สำหรับตุ๊กตาไทยที่มีราคาหลักหมื่น

 แต่เมื่อกี้นี้ ผมลองตั้งคำถามแบบอื่น ๆ ตามมาอีก...

 

๑. เป็นไปได้ไหมที่คนไทย, ดาราจะนิยมการเล่นตุ๊กตาไทย อุ้มตุ๊กตาไทยไปอวดกัน

    หรือเล่นเป็นแฟชั่นกันเยอะ ๆ ?

๒. ต่างชาติจะสนใจตุ๊กตาไทยของเรา เท่ากับที่เราสนใจตุ๊กตาของต่างชาติบ้างหรือไม่?

๓. ทำไมคนไทยไม่นิยมตุ๊กตาไทยเท่าตุ๊กตาต่างชาติ?

๔. ฯลฯ และ ฯลฯ

 

ข้อ 1 และ ข้อ 2 ผมยังมิอาจหาคำตอบให้ตัวเองได้ แต่สำหรับข้อ 3 ที่ถามว่า...

 

"ทำไมคนไทยไม่นิยมตุ๊กตาไทยเท่าตุ๊กตาต่างชาติ?"

 

ขอตอบตัวเองเฉพาะข้อนี้ก็แล้วกันว่า ทำไม

ก็เพราะ...

- คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักตุ๊กตาไทย

ทางแก้...เอาลิงค์นี่ไปเลย มีประวัติตุ๊กตาไทยอย่างคร่าว ๆ เอาไว้ด้วย คลิก

              ลิงค์นี้ก็จะกล่าวถึงตุ๊กตาแต่ละประเภทเช่นกัน คลิก

              ส่วนนี่เป็นบทความที่กล่าวถึงตุ๊กตาไทยกับตุ๊กตาบลายท์ คลิก

              และนี่เป็นบทความของคุณ Nancy อารมณ์ดี๊ดี...เกี่ยวกับตุ๊กตาเสียกบาล คลิก

 

 - สื่อไม่ผลักดันกระแสตุ๊กตาไทยเหมือนที่ทำกับตุ๊กตาจากเมืองนอก

ทางแก้...อันนี้เป็นเรื่องของคุณสื่อเค้า ผมเองก็คิดว่าทางสื่อคงมีการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่หาดูได้ยากกว่าเรื่องอื่น ๆ เท่านั้นเอง

ก็ขอความกรุณาคุณสื่อทั้งหลายด้วยนะครับ เพราะผมเชื่อว่าสื่อมีอิทธิพลไม่น้อย (ก็คือมาก) เลยล่ะครับ

อย่างเรื่องตุ๊กตา Blythe นี่เองก็เช่นกัน น่าจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ถูกปลุกกระตุ้นโดยสื่อ

อย่างเช่นเห็นดาราที่ชื่นชอบเล่นตุ๊กตา Blythe เห็นเพื่อนเล่นกัน ก็กลายเป็นความรู้สึกว่าจะไม่มี ไม่เล่น ไ่ม่ได้

...เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณสื่อทั้งหลาย ช่วย ๆ กันประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ จะต้องช่วยได้บ้างล่ะครับ

 

พิมพ์ถึงตรงนี้ คิดไปคิดมา...ถ้าผลจากสื่อช่วยให้คนไทยหันมาสนใจตุ๊กตาของไทยมากขึ้น

ข้อ ๑ กับข้อ ๒ ก็จะตามมาเองล่ะครับ

 

 

ผมคิดว่า...

 ตุ๊กตาไทย บางชนิด   ไม่เหมาะกับการนำมาเล่น บางชนิดก็เหมาะ

ตุ๊กตาไทย บางชนิด    เหมาะสำหรับนำไปเป็นของฝาก

ตุ๊กตาไทย บางชนิด    มีภูมิปัญญา มีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และมีเรื่องราวของไทยอยู่ในนั้น

                                และลูกหลานของท่าน สามารถเรียนรู้เรื่องราวของไทยจากตุ๊กตาเหล่านั้นได้

ตุ๊กตาไทย ทุกชนิด     มีความงดงามตามแบบไทย ๆ

ตุ๊กตาไทย หลายชนิด มีราคาถูกกว่าตุ๊กตาจากเมืองนอก

...ฯลฯ และ ฯลฯ...

 


อย่างไรก็ตาม...

หากยังเป็นแบบนี้อยู่ ไม่เพียงตุ๊กตาเท่านั้น แต่ทุกอย่างที่อัดแน่นไปด้วยความเป็นไทย

อีกหลาย ๆ อย่างคงจะเลือนหายไป เพียงเพราะเรา "เผลอลืม" มันไป

และไปหลงใหลกับวัฒนธรรมชาติอื่นเสียจน "เกินพอดี" นั่นเอง

 

...และเมื่อถึงเวลาที่ความเป็นไทยหลายต่อหลายอย่างถูกลืมจนเลือนหายไป

ในหัวใจของคนไทยบางกลุ่ม คงไม่ได้มีแค่น้ำตาจากตุ๊กตาของไทยเท่านั้น

แต่น้ำตาจากผู้ก่อตั้ง, ผู้ที่พยายามรักษาศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีมาเป็นเวลานาน

ก็คงจะมีมากไม่แพ้กัน...

 

 

 

เ็ฮ้อ...ได้เขียนแล้วค่อยยังชั่ว สบายใจแล้ว (=w=)

 

 

 

ทิ้งท้ายก่อนจะหูชา...

 

* ผมไม่ได้ต่อต้านงานอดิเรก หรือ รสนิยมส่วนตัวของใครทั้งสิ้น การเล่นตุ๊กตา Blythe

   ก็มีประโยชน์หลาย ๆ อย่าง ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

   และยังได้เพื่อนใหม่ ๆ จากสังคมที่รักตุ๊กตาเช่นเดียวกัน แต่สำหรับใครที่ไม่ได้รัก

   หรือชื่นชอบตุ๊กตา Blythe จากใจจริง เพียงแค่ตามกระแสสื่อ หรือสังคม หรือกลุ่มเพื่อน

   หากจะเหลียวมามอง มาเล่นตุ๊กตาของไทยบ้างก็คงไม่เลว

 

 **ผมไม่ได้บอกว่าคนที่ไม่ซื้อของไทยเป็นคนไม่ดี แต่แค่อยากมาแปะแนะนำว่า

    "บ้านเรามีของแบบนี้อยู่นะ" อย่างน้อยก็อย่าลืมกัน เผื่อมีโอกาส จะได้แนะนำชาวต่างชาติกันบ้าง

 

***ชื่อบทความนี้อาจจะเกินจริงไปบ้าง เพราะถ้าตุ๊กตามีน้ำตาไหลออกมาได้จริง ๆ ก็คงตัวใครตัวมัน


****ผมไม่ได้เกลียดเมืองนอก แต่แค่รักเมืองไทย****

 

 

Recommend