monboy01 View my profile

Translation

(วันนี้กะจะไม่อัพบล็อก ไม่มีเรื่องจะเขียน พอดีนั่งแปลงานไปล่อกแล่กไป ไปเิปิดเว็บเจเอดูเคชั่น...ก็เลยได้ข้อคิดดี ๆ มาฝากผู้ที่สนใจนะครับ...)


********************
ธนิต ธรรมสุคติ อดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และผู้แปลวรรณกรรมดังๆ ของโลกมากมาย เช่น โชกุน (เจมส์ คลาเวลล์) , เดอะ ก๊อดฟาเธอร์ (มาริโอ พูโซ), วันลอบสังหาร (เฟรเดอริค ฟอร์ไซท์) ฯลฯ ให้คำแนะนำไว้ในวารสาร "ปากไก่" ฉบับ 5 พ.ค.2534

ฝันอยากเป็นนักแปล ลองสำรวจดูตัวเองมีคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่

1.ความอยาก จะต้องมีความอยากจะแปลก่อน จึงจะเป็นนักแปลได้ ไม่ว่าจะอยากแปลเพราะอยากดัง หรืออยากได้เงิน หรืออยากให้คนอื่นได้อ่านงานเขียนที่ดีของชาติอื่น ภาษาอื่น

2.ความอดทน อยากแปลอย่าเดียวไม่พอ จะต้องมีความอดทนด้วย หากขาดความอดทนแล้ว จะไม่มีทางแปลเรื่องได้จบ การแปลหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งนวนิยายหรือสารคดีเรื่องยาว ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก จะต้องต่อต้าน "มาร" ต่างๆ ที่ตามผจญหรือชักชวนให้ไปทำอย่างอื่น

3.ความต่อเนื่อง เมื่อลงมือแปลแล้วจะต้องทำต่อเนื่องไม่หยุด จึงจะแปลได้จบเรื่อง หากหยุดกลางคันแล้วคิดจะเริ่มทำต่อนั้นยากมาก อีกทั้งอารมณ์ที่ถ่ายทอดให้แก่ตัวละครที่แปลอาจจะเปลี่ยนแปรไปโดยจะมองเห็น ได้จากลักษณะการใช้คำพูดบรรยาย

4.ตีบทละครให้แตก นักแปลก็คือผู้กำกับการแสดง ต้องตีบทตัวละครแต่ละตัวออก ต้องแยกแยะได้ว่า ตัวละครตัวนี้จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่นักแปลก็เช่นเดียวกับนักเขียน คือผู้กำกับโดยคำที่เขียนเป็นตัวหนังสือ ส่วนผู้กำกับการแสดง กำกับโดยให้นักแสดงแต่ละคนแสดงออกมาด้วยหน้าตาท่าทาง

5.ความรู้ในภาษาที่แปล จะต้องมีความรู้ภาษาต้นฉบับ เช่น ภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน (ในส่วนของผมก็เป็นภาษาญี่ปุ่น...แฮ่ / monboy01) ค่อนข้างดี ต้องอ่านรู้เรื่อง มิฉะนั้นจะตีบทไม่แตก และจะทำให้ขาดความต่อเนื่อง และขาดความอดทน แล้วก็จะทำให้หมดความอยากแปล

6.ความรู้ภาษาไทย สำนวนแปลของเราจะทำให้ผู้อ่านติดใจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความรู้ในภาษาไทยของผู้แปลแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้คำ และคำที่สำคัญที่สุด คือ คำสรรพนาม ต้องศึกษาให้ดีที่สุด

7.ความช่างสังเกต นอกเหนือจากคุณสมบัติทั้ง 6 ข้อ ถ้าต้องการเป็นนักแปลที่ดียิ่งขึ้น จะต้องดูลีลาการเดินเรื่อง การใช้คำพูดและศัพท์ที่ใช้ในภาษาต้นฉบับให้ละเอียด แล้วแปลเป็นภาษาไทยด้วยลีลาการใช้คำพูดภาษาไทย และศัพท์ภาษาไทยให้ใกล้เคียงกัน

8.ลงมือเดี๋ยวนี้ หากคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติครบ 6 ข้อ หรือทั้ง 7 ข้อ แล้วจะเป็นนักแปลได้ ไม่มีทางเป็นได้ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ถ้าไม่ลงมือแปลทันทีที่อ่านเรื่องที่อยากจะแปลจนทะลุปรุโปร่งแล้ว

9.จงรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ จงถือคำวิจารณ์เป็นสิ่งที่ให้กำลังใจ แม้ว่าบางครั้งคำวิจารณ์นั้นจะไม่ยุติธรรมและถูกต้องก็ตาม จงมานะ เอาชนะคำวิจารณ์ให้ได้ อย่าเสียใจจนเลิกแปลไปเลย จงคิดว่า ถ้าไม่ต้องการถูกวิจารณ์ก็จงเก็บต้นฉบับไว้ที่บ้านเพื่ออ่านเองคนเดียว

*****************
ถึงจะเป็นข้อคิดที่พูดไว้เมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว แต่ก็ยังใช้ได้อยู่นะครับ...
ขอให้ทุกคนที่อยากเป็นนักแปล เป็นนักแปลที่ดีได้ตามความฝันนะครับ ส่วนผมเอง ได้ทำในสิ่งที่อยากทำแล้ว ถึงจะแค่เริ่มต้น ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ...ก่อนอื่นก็ต้องแก้นิสัยสมาธิสั้น ให้แปลได้นาน ๆ ซะที...แหะ ๆ


กลับไปทำงานก่อนละครับพี่น้อง



ลิงค์ดั้งเดิมของบทความ...http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03col18290850&day=2007-08-29&sectionid=0303


หุหุหุหุ...


ขอขึ้นต้นด้วยเสียงหัวเราะในหลอดอาหารเบา ๆ ก่อน...

อิ่มเอมใจจริง ๆ ครับพ่อแม่พี่น้อง...

วันนี้แป๊ะยิ้มทีวีมีเตี่ยขอเสนอ...


CUFFS เล่ม 29 (ภาคอวสาน) ของสำนักพิมพ์ เนชั่น (เรียกสั้น ๆ แค่นี้ละกันน่อ)...รูปไม่ค่อยชัด ถ่ายไม่เต็มด้วย ใช้มือถือเน่า ๆ ถ่ายจากเล่มที่กัดฟันซื้อด้วยเงินตัวเอง...หะอื๊ด...

เป็นการ์ตูนโชคร้ายถูกคนแถว ๆ นี้ได้มาแปล...

ในที่สุดก็คลอดออกมาซะที...

ตอนแรกตัวผมเองก็ไม่ได้ชอบไอ้เรื่องนี้เท่าไหร่ร้อก (คงไม่มีคนที่กองบก.มาอ่านเจอนะ...("__ __)) การ์ตูนนักเลง ไม่ใช่แนวน่ะ อ่านแต่ Haleluya II แต่พอต้องแปลเรื่องนี้ ก็ไปเช่า (ย้ำว่าเช่า ไม่ซื้อ เปลือง...555 แต่เด๋วคงซื้อยกเซ็ต ไว้ให้เล่มจบออกก่อน...) มาอ่าน 28 เล่มรวด ก็พบว่า...เออ มันสนุกดีนะ...

เนื้อเรื่องคร่าว ๆ ก็ประมาณว่าตัวเอกโผล่ออกมาตอนแรกก็ม่องเลย (แล้วโผล่มาเพื่อ...) แล้ววิญญาณก็ไปเข้าร่างลูกชาย แล้วก็ไปมีเรื่องเหมือนสมัยที่ตนเคยมีชีวิต...(แล้วไอ้ที่ได้เกิดใหม่ในร่างลูกตัวเองนี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเรอะ...มีผลแค่ทำให้หน้าเปลี่ยนเท่านั้นเอง...อุเหม่...) สรุปสั้น ๆ ก็แค่นี้แหละ ว่าง ๆ ไม่มีไรทำก็ขอเชิญพ่อแม่พี่น้องไปหาอ่านกันได้ตามอัธยาศัยนะกรั๊บ...หนุกจริง ๆ นา ไม่ได้หลอก...

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีงานไพเรตเป็นแนวการ์ตูนฮากลิ้งลิงกับหมู แต่ไม่บังอาจจะเปิดเผยชื่อได้อย่างเต็มภาคภูมิ...เรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องแรกที่มีชื่อตัวเองแป้นแล้นอยู่บนหน้ากระดาษให้เป็นราคีลูกกะตาแก่ท่านผู้อ่าน (เพราะฉะนั้น ขอแนะนำให้ปิดหนังสือทันทีที่อ่านจบ ไม่ต้องไปดูหน้าเครดิตให้เมื่อย 555)

แม่จ๋า...ถึงแม้มันจะเป็นแค่เล่มเดียวที่บริษัทหลงผิดให้ผมแปล แต่ผมก็ทำให้ชื่อตัวเองไปทั่วประเทศ (บนแผงหนังสือ) ได้สำเร็จแล้วนะเอ้อ...งั้นขอเอาความภาคภูมิใจนี้ให้แก่แม่เป็นของขวัญวันแม่แล้วกัน (ง่ายดีมะ...) อิอิ...ว่าแต่...แม่จะภูมิใจกะตูมั้ยเนี่ย...




เนี่ย ๆ ถ้าเพ่งดี ๆ เห็นชื่อคนแปลด้วยนะเอ้อ...ทำไมรู้สึกชื่อมันคุ้น ๆ นะ อิอิ...(ก็ชื่อตัวเองเนาะ...)

ซื้อผลงานของผมน้อย ๆ แต่ขอให้ซื้อนาน ๆ นะคับ..(อ้าว)..
ล้อเล่น ๆ งานแปลการ์ตูนแบบนี้ไม่มีได้เปอร์เซ็นต์หรอก แต่ที่เชียร์ให้ซื้อเพราะมันสนุกนะ...
แหะ ๆ



ปล.ใครจะว่าผมบ้าเห่อก็ช่าง คนมันปลื้มนี่ เล่มแรก(ที่เป็นทางการ)ทั้งที ไม่ดีใจเล่มนี้ ไม่ปลื้มเล่มนี้ จะให้ไปปลื้มเล่มไหนกันล่ะ...เนอะ...อีกอย่าง...เกิดต่อไปเค้าไม่จ้างผมทำต่อ...ผมจะเอาอะไรมาอวดล่ะ...ใช่ม้า...


ว่าแล้วก็รีบไปปั่นต่อดีก่า...เล่มอวสานออกแล้วด้วย...

Recommend